ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

พระสมเด็จ

ประวัติการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี วัดระฆังโฆสิตาราม

โดย กฤศ รักษ์พระ13 สิงหาคม 2569อ่าน 36

สมเด็จโตวัดระฆังวัดระฆังโฆสิตารามหลวงปู่โตสมเด็จ 100 ปี


ประวัติการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี วัดระฆังโฆสิตาราม


พระสมเด็จต้นตำรับที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างไว้เอง ไม่ว่าจะเป็นพระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จบางขุนพรหม หรือพระสมเด็จเกศไชโย ล้วนมีราคาเช่าหาสูงถึงหลักแสนหลักล้านบาท ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป แต่ยังมีพระสมเด็จอีกรุ่นหนึ่งที่เชื่อมโยงกับตำนานสมเด็จโตโดยตรง และยังพอหาเช่าบูชาได้ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า นั่นคือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี พระที่สร้างขึ้นในพิธีใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างพระของวัดระฆังโฆสิตาราม
บทความนี้จะพาไปรู้จักที่มา พิธีกรรม และจุดสังเกตแยกพิมพ์ของพระรุ่นนี้อย่างละเอียด

จุดเริ่มต้นจากนิมิตที่ ม.ล.เนื่องพร สุทัศน์


โครงการสร้างพระสมเด็จรุ่นนี้เริ่มต้นจาก ม.ล.เนื่องพร สุทัศน์ ผู้ริเริ่มโครงการ ซึ่งบังเอิญอ่านพบว่าวันมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) จะครบรอบ 100 ปีพอดีในวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ท่านเห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดี จึงจัดทำเป็นโครงการสร้างวัตถุมงคลเพื่อระดมทุน ภายใต้ชื่อ โครงการสร้างปูชนียวัตถุเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ 100 ปีแห่งมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี โดยขอความเห็นชอบจากพระราชธรรมภาณี ผู้รักษาการเจ้าอาวาสในขณะนั้น และได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ นำโดยพลเรือเอกจรูญ เฉลิมเตียรณ

พิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การสร้างพระของวัดระฆังฯ


พระสมเด็จรุ่นอนุสรณ์ 100 ปี ถือเป็นพระสมเด็จยุคที่ 2 ของวัดระฆังฯ ที่มีความสำคัญเทียบเท่าพระเก่า ด้วยเป็นการจัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 ปีการมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมื่อปี พ.ศ. 2415 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานถึงสองครั้ง นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของวัดระฆังโฆสิตาราม

สามวาระแห่งพิธีกรรม


พิธีจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ประกอบด้วยพิธีทั้งทางสงฆ์และพราหมณ์รวม 3 วาระด้วยกัน
**วาระแรก** วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2514 ประกอบพิธีพุทธาภิเษกทองชนวนและผงมวลสาร ตามแบบขนบธรรมเนียมทั้งพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ มีการบวงสรวงอัญเชิญบารมีของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พิธีบูชาฤกษ์และบูชาเทพยดา โดยมีพระราชธรรมภาณีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระราชครูวามเทพมุนีเป็นประธานฝ่ายพราหมณ์
**วาระที่สอง** วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2514 ประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมาจำลองและรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงเททองเป็นปฐมฤกษ์ตามกำหนดเวลา 15.35 น. พร้อมทรงปลูกต้นจันทน์หน้าหอพระไตรปิฎกด้วย
**วาระที่สาม** วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 100 ปีมรณภาพพอดี ประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปและวัตถุมงคลต่างๆ ตามขนบประเพณีทั้งพิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาเป็นครั้งที่สองเพื่อทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษกและทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม ณ วัดระฆังโฆสิตาราม
พิธีปลุกเสกครั้งนี้มีพระคณาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศไทยร่วมพิธีมากกว่าร้อยรูป อาทิ หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อเต๋ หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อแพ หลวงปู่เทียม หลวงพ่อเส่ง และหลวงพ่อมุม นับเป็นการรวมพลังพุทธาคมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการพระเครื่องไทย

มวลสารจากพระสมเด็จรุ่นเก่าหลายสำนัก


จุดที่ทำให้พระรุ่นนี้ทรงคุณค่าเป็นพิเศษคือมวลสารที่ใช้ ซึ่งประกอบด้วยผงเก่าจากพระสมเด็จวัดระฆังฯ ผงเก่าสมเด็จวัดบางขุนพรหม ผงเก่าสมเด็จวัดเกศไชโย และผงสมเด็จปิลันทน์ที่ชำรุด อันเป็นพระสมเด็จต้นตำรับสามชุดที่มีราคาสูงถึงหลักแสนหลักล้านในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังผสมผงวิเศษจากพระคณาจารย์ต่างๆ เกสรดอกไม้ ปูนที่กะเทาะจากพระอุโบสถวัดระฆังโฆสิตาราม ว่านมงคล และปูนเปลือกหอยตามตำราโบราณ
ด้วยส่วนผสมเหล่านี้ เนื้อพระจึงมีลักษณะอมน้ำมันเล็กน้อย ผิวพระปรากฏรอยปริแยกเป็นหลุมบ่อบ้างจากการเซตตัวของเนื้อพระ หลายองค์มีคราบสีน้ำตาลอ่อน และด้านหลังองค์พระปรากฏตราประทับหลากสี ทั้งสีแดง น้ำเงิน เขียว และอมม่วง

กดพิมพ์ด้วยมือ มากกว่า 10 บล็อกพิมพ์


ทางวัดกำชับให้จัดทำพระทุกขั้นตอนภายในวัดเอง และเข้าพิธีปลุกเสกในคราวเดียวกันทั้งหมด จึงไม่มีพระเสริมที่ไม่ผ่านพิธี การสร้างใช้วิธีโบราณ กดพิมพ์และตัดขอบข้างด้วยมือ ทำให้พระแต่ละองค์มีความแตกต่างกันไปบ้างแม้จะมาจากบล็อกเดียวกัน ตลอดระยะเวลาการกดพิมพ์ได้มีการถอดแม่พิมพ์เดิมที่ชำรุดออกและเปลี่ยนใหม่ รวมแล้วมากกว่า 10 บล็อกพิมพ์ด้วยกัน

4 พิมพ์หลัก และบล็อกย่อยที่นักสะสมต้องรู้


พระเนื้อผงรุ่นอนุสรณ์ 100 ปี จัดสร้างขึ้นทั้งหมด 4 พิมพ์หลัก ได้แก่ พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (แบบนิยมและแบบทั่วไป) พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โต และพิมพ์คะแนน แต่ละพิมพ์ยังแยกย่อยเป็นบล็อกต่างๆ ที่นักสะสมใช้พิจารณาความแท้และมูลค่า ดังนี้
**พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (พิมพ์ใหญ่นิยม)**
  • พิมพ์เศียรโต A บล็อกแรก (เต็มพิมพ์ และไม่เต็มพิมพ์) หายากที่สุดในบรรดาอนุสรณ์ 100 ปี
  • พิมพ์เศียรโต บล็อก B
  • พิมพ์เส้นด้าย (แบ่งเป็นเส้นด้ายลึกฟอร์มเศียรโต เส้นด้ายลึก เส้นด้ายใหญ่ และเส้นด้ายเล็ก)
  • พิมพ์ไข่ปลาเลือน บล็อกหนึ่ง สอง และสาม
  • พิมพ์ซุ้มซ้อน และพิมพ์ต้อใหญ่

**พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (พิมพ์ใหญ่ทั่วไป)**
  • พิมพ์ไข่ปลาใหญ่ พิมพ์ต้อ พิมพ์หลังเต่า พิมพ์เศียรรูปไข่ พิมพ์อกใหญ่ พิมพ์ลึก พิมพ์ซุ้มติ่ง และพิมพ์แขนกลม
**พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)**
  • พิมพ์หน้าใหญ่ (แยกย่อย 5 แบบตามลักษณะห่วงและสังฆาฏิ) และพิมพ์หน้าเล็ก

**พิมพ์คะแนน**
  • แบบมีจุด (นิยม) และแบบไม่มีจุด

จำนวนจุดพิจารณาต่างๆ ในแต่ละพิมพ์มีความสำคัญต่อมูลค่าของพระอย่างมาก บางบล็อกอย่างพิมพ์เศียรโต A เต็มพิมพ์ มีจุดพิจารณาสำคัญมากกว่า 20 จุดเลยทีเดียว

ตำนานสามสมเด็จต้นตำรับที่ราคาแตะหลักล้าน


พระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี จึงไม่ได้เป็นเพียงพระเครื่องที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เท่านั้น แต่ยังเป็นพระที่มีชิ้นส่วนของพระสมเด็จต้นตำรับทั้งสามชุดอันลือลั่นผสมอยู่จริงในเนื้อมวลสาร ด้วยพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ มวลสารทรงคุณค่า และการรวมพลังพุทธาคมจากพระคณาจารย์ทั่วประเทศ ทำให้พระรุ่นนี้ยังคงเป็นที่นิยมของนักสะสมมาจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะพระสมเด็จที่เชื่อมโยงกับตำนานสมเด็จโตได้ใกล้ชิดที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่ยังพอเช่าหาได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


  • ที่มาของโครงการและ ม.ล.เนื่องพร สุทัศน์: [zian100pi.com]()
  • ทำเนียบพิมพ์และบล็อกพิมพ์ทั้งหมด: [web-pra.com], [zian100pi.com]
  • บริบทพระสมเด็จต้นตำรับสามวัดและราคาตลาด: [samakomphra.com]
แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง