ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

เกจิอาจารย์

ประวัติหลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ จังหวัดสมุทรสงคราม

โดย กฤศ รักษ์พระ17 สิงหาคม 2569อ่าน 2

ตะกรุดลูกอมหลวงปู่ใจไหมห้าสีหลวงปู่หยอดหลวงปู่ยิ้มวัดแก้วเจริญตะกรุดไหมห้าสี


ประวัติหลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ จังหวัดสมุทรสงคราม ศิษย์เอกหลวงปู่ใจ ผู้สืบทอดตำนานไหมเบญจรงค์


จากหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ผู้ประสิทธิ์วิชาตะกรุดลูกอม สู่หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ผู้ผ่านบททดสอบเทียนอันเข้มงวด และมาถึง หลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ จังหวัดสมุทรสงคราม ศิษย์เอกผู้สืบทอดตำนานตะกรุดลูกอมไหมเบญจรงค์ไว้จนได้รับการยกย่องเป็นนักบุญลุ่มน้ำแม่กลอง ศูนย์รวมศรัทธาของชาวอัมพวาและจังหวัดใกล้เคียง
บทความนี้จะพาไปย้อนรอยชีวิตของหลวงปู่หยอดอย่างละเอียด

ชาติกำเนิดที่ตลาดบางน้อย


หลวงปู่หยอดมีนามเดิมว่า สุนทร ชุติมาศ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ตรงกับแรม 4 ค่ำ เดือน 6 ปีกุน ณ บ้านภูมิลำเนาเดิมของมารดา บริเวณตลาดบางน้อย ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อโรงโขน ตำบลตาหลวง อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โยมบิดาชื่อนายมุ่ย แซ่อึ้ง ประกอบอาชีพช่างทำทอง โยมมารดาชื่อนางเหมือน แซ่อึ้ง ประกอบอาชีพค้าขาย ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 8 คน

บรรพชาและปรนนิบัติพระครูเปลี่ยนนาน 10 พรรษา


เมื่ออายุได้ 18 ปี บิดามารดาได้นำหลวงปู่หยอดไปฝากตัวบรรพชาเป็นสามเณรกับพระครูเปลี่ยน สุวัณณโชโต เจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2472 พร้อมทั้งศึกษาเล่าเรียนและปรนนิบัติรับใช้พระครูเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 โดยมีหลวงปู่ใจ หรือพระครูสุทธิสาร เจ้าอาวาสวัดเสด็จ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูเปลี่ยนเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูอุดมสุตะกิจ (พลบ) เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ชินวังโส แปลว่าผู้สืบวงศ์แห่งพระพุทธเจ้า
หลังอุปสมบทหลวงปู่หยอดศึกษาพระธรรมวินัยและดูแลปรนนิบัติพระครูเปลี่ยนซึ่งอาพาธด้วยวัณโรคด้วยความกตัญญูและวิริยอุตสาหะอย่างยิ่ง ต่อเนื่องนานถึง 10 พรรษา จนกระทั่งพระครูเปลี่ยนถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2484

รักษาการเจ้าอาวาสสืบต่อจากพระครูเปลี่ยน


วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2484 พระราชมงคลวุฒาจารย์ (หลวงปู่ใจ) เจ้าคณะอำเภออัมพวา ได้แต่งตั้งพระภิกษุสุนทร ชินวังโส ให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญและรักษาการแทนเจ้าคณะตำบลเหมืองใหม่แทนพระครูเปลี่ยน นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ใฝ่รู้ใฝ่เรียนทั้งทางโลกและทางธรรม


หลวงปู่หยอดเป็นผู้มีวิริยอุตสาหะสนใจใฝ่ศึกษาหาความรู้อย่างมาก ท่านสอบไล่ได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบสมัครสอบจากโรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรสงคราม และในปี พ.ศ. 2478 สอบได้นักธรรมชั้นตรี โท และเอกตามลำดับ

ตำแหน่งและสมณศักดิ์


หลวงปู่หยอดได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์เพิ่มขึ้นตามลำดับ ปี พ.ศ. 2484 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญอย่างเป็นทางการ เจ้าคณะตำบลเหมืองใหม่-วัดประดู่ และกรรมการสงฆ์องค์การเผยแผ่ประจำอำเภออัมพวา ปี พ.ศ. 2488 เป็นเจ้าสำนักปริยัติธรรมวัดแก้วเจริญ ดำเนินการเปิดสอนภาษาบาลี ปี พ.ศ. 2493 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีในราชทินนามพระครูสุนทรธรรมกิจ ปี พ.ศ. 2499 เป็นพระอุปัชฌายาจารย์ ปี พ.ศ. 2507 เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท และปี พ.ศ. 2511 เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม

ศิษย์เอกผู้สืบทอดตำนานไหมเบญจรงค์จากหลวงปู่ใจ


วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงให้หลวงปู่หยอดมากที่สุดคือตะกรุดลูกอมหัวใจโลกธาตุไหมเบญจรงค์ 5 สี ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ผู้เป็นศิษย์หลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรีอีกทอดหนึ่ง ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา สายวิชานี้มีชื่อเสียงเรื่องความเข้มงวดในการถ่ายทอด ผู้จะเรียนวิชาต้องผ่านบททดสอบพลังจิตด้วยการเพ่งเทียนให้ขาดกลางลำต้นเสียก่อน ดังเช่นที่หลวงปู่ใจเคยผ่านบททดสอบนี้มาจากหลวงปู่ยิ้มด้วยตนเอง
ตะกรุดลูกอมไหมเบญจรงค์ 5 สีของหลวงปู่หยอดที่แจกให้ลูกศิษย์นั้น เชื่อกันว่ามีอานุภาพทางเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดจากภยันตราย เปี่ยมด้วยพุทธคุณอันเข้มขลัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 ท่านยังได้จัดสร้างตะกรุดลูกอมพันไหม 7 สี เพื่อแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมบริจาคทรัพย์สร้างวัดแก้วเจริญ มีทั้งเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนาก และเนื้อทองแดง โดยมีการจดบันทึกจำนวนการสร้างไว้อย่างละเอียด สะท้อนถึงความตั้งใจสืบทอดงานฝีมืออันประณีตของสายวิชานี้ไว้อย่างครบถ้วน

วัตถุมงคลอื่นๆ กว่าร้อยรายการ


นอกจากตะกรุดลูกอมไหมเบญจรงค์แล้ว หลวงปู่หยอดยังสร้างวัตถุมงคลอื่นๆ ไว้อีกมากมาย ทั้งพระปิดตา เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่หยอด พระสมเด็จ และวัตถุมงคลอีกกว่าร้อยรายการ

นักบุญลุ่มน้ำแม่กลอง ศูนย์รวมศรัทธาชาวอัมพวา


ด้วยศีลาจารวัตรอันงดงามและความเมตตาที่มีต่อศิษยานุศิษย์และประชาชนโดยทั่วไป หลวงปู่หยอดได้รับการยกย่องเป็นนักบุญลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน

มรณภาพและสังขารที่ไม่เน่าเปื่อย


หลวงปู่หยอดมรณภาพเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2541 สิริรวมอายุได้ 86 ปี 9 เดือน 24 วัน รวมพรรษาได้ 66 พรรษา ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนานถึง 56 พรรษา แม้หลวงปู่หยอดจะละสังขารไปนานหลายปีแล้ว แต่สังขารของท่านยังคงไม่เน่าเปื่อย ประดิษฐานอยู่ ณ กุฏิวัดแก้วเจริญ ให้ประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาได้กราบไหว้สักการะมาจนถึงทุกวันนี้
หลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ จังหวัดสมุทรสงคราม จึงไม่ได้เป็นเพียงศิษย์เอกผู้สืบทอดตำนานไหมเบญจรงค์จากหลวงปู่ใจเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างของพระเถระผู้กตัญญูรู้คุณ ใฝ่รู้ไม่หยุดนิ่ง และเปี่ยมเมตตาต่อศิษยานุศิษย์ นับเป็นหนึ่งในตำนานพระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มน้ำแม่กลองที่ยังคงเป็นที่เคารพศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


ที่มาเรื่องต้นฉบับและภาพ: รักษ์พระ, ภาพโดยนะโมพุทธายะประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [khaosod.co.th], [matichonweekly.com], [web-pra.com]ที่มาตะกรุดลูกอมและสายวิชาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว: [pra-maeklong.com], [tnews.co.th]สมญานามนักบุญลุ่มน้ำแม่กลอง: [kampeenews.com]
แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง