ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

เกจิอาจารย์

ประวัติหลวงปู่สนิท วัดลำบัวลอย จังหวัดนครนายก

โดย กฤศ รักษ์พระ13 สิงหาคม 2569อ่าน 3

หลวงปู่สนิทวัดลำบัวลอยจระเข้โทนจระเข้จันทร์เพิญปลัดขิกศรนารายณ์ไข่พญากาเผือกสาริกาสาริกาหลงรัง


ประวัติหลวงปู่สนิท วัดลำบัวลอย จังหวัดนครนายก ต้นตำรับจระเข้โทนหนึ่งเดียวในเมืองไทย


ในบรรดาเครื่องรางรูปสัตว์ของไทย ไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ หนุมาน หรือลิง แต่มีเครื่องรางชนิดหนึ่งที่ได้ชื่อว่าไม่มีสำนักใดสร้างได้เป็นมาตรฐานเทียบเท่า นั่นคือ จระเข้โทนของหลวงปู่สนิท วัดลำบัวลอย จังหวัดนครนายก พระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชานี้มาจากสายตระกูลโดยตรง จนกลายเป็นตำนานหนึ่งเดียวในวงการเครื่องรางไทย
บทความนี้จะพาไปรู้จักชีวประวัติของหลวงปู่สนิท พร้อมที่มาของจระเข้โทนอันเลื่องชื่อ

ชาติกำเนิดและอุปสมบท


หลวงปู่สนิทมีนามเดิมว่า สนิท มีพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2468 ณ บ้านบางกุ้ง ตำบลบางกุ้ง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ท่านอุปสมบทเมื่ออายุ 23 ปี ได้รับฉายาว่า ยสินฺทโร ภายหลังได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดลำบัวลอย ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

พระผู้รักสันโดษและเปี่ยมเมตตา


หลวงปู่สนิทเป็นพระอริยสงฆ์ที่รักความสันโดษ ก่อนสังขารจะร่วงโรยท่านออกธุดงค์เป็นประจำทุกปี ไม่สะสมสิ่งของ วัตถุ หรือทรัพย์สินใดๆ มีเมตตาสูง ปฏิบัติต่อผู้มาหาอย่างเท่าเทียมกันหมดโดยไม่แบ่งแยกฐานะ ท่านมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์หลายแขนง ในอดีตท่านช่วยรักษาผู้ป่วยที่มาพึ่งบารมี ทั้งผู้ป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บทั่วไปและผู้ที่เชื่อว่าป่วยจากคุณไสย
ผู้ที่เคยไปกราบหรือพึ่งบารมีหลวงปู่เล่าว่าท่านมีญาณสัมผัสอันน่าอัศจรรย์ อาทิการรู้ล่วงหน้าว่าจะมีใครมาหา มากี่คน และมาด้วยเรื่องอะไร นอกจากนี้หลวงปู่ยังรักษาสัจจะวาจาเป็นชีวิตจิตใจ คำพูดของท่านจึงเป็นที่เชื่อถือของศิษยานุศิษย์ว่าพูดสิ่งใดมักปรากฏเป็นจริงเสมอ

พระนักพัฒนาผู้สร้างถนนเข้าวัดด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว


นอกจากงานด้านศาสนาแล้ว หลวงปู่สนิทยังเป็นพระนักพัฒนา ท่านได้นำเงินส่วนตัวซื้อที่ดินจากชาวนาเพื่อตัดถนนเข้าสู่วัดลำบัวลอย ทำให้ผู้คนเดินทางมากราบไหว้และเข้าถึงวัดได้สะดวกขึ้น จนเป็นที่รู้จักกันถ้วนหน้าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

จระเข้โทน เครื่องรางหนึ่งเดียวในเมืองไทย


ความเชื่อเรื่องเครื่องรางรูปจระเข้มีรากฐานมาจากชาดกในพระพุทธศาสนา เล่าว่าครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญากุมภีร์ เจ้าแห่งสัตว์น้ำทั้งหลาย มีบริวารเป็นจระเข้ถึง 500 ตัว เป็นที่เกรงขามยิ่งนัก ด้วยความเชื่อนี้ครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมหลายท่านจึงนิยมสร้างจระเข้โทนเป็นเครื่องรางแจกจ่ายศิษย์ไว้ป้องกันภยันตรายและอุบัติเหตุต่างๆ แต่ในบรรดาผู้สร้างจระเข้โทนทั้งหมด หลวงปู่สนิทถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์สูงที่สุด เนื่องจากตำรับวิชานี้สืบทอดผ่านสายตระกูลโดยตรงเท่านั้น ไม่ปรากฏว่ามีสำนักอื่นสร้างได้เป็นมาตรฐานเทียบเท่า
หลวงปู่สนิทได้ร่ำเรียนวิชาจระเข้โทนมาจากหลวงลุงเส็ง ผู้เป็นลุงแท้ๆ ของท่านเอง ส่วนหลวงลุงเส็งเองศึกษาวิชานี้มาจากที่ใดไม่มีการกล่าวถึงแน่ชัด สันนิษฐานว่าอาจได้รับสืบทอดมาจากทางเขมร หลวงลุงเส็งพยายามคะยั้นคะยอให้หลวงปู่สนิทตั้งใจเรียนวิชานี้ เพราะทราบดีว่าหลานชายจะต้องเป็นผู้สืบทอดมรดกชิ้นนี้ต่อไป หลังจากถ่ายทอดวิชาให้ไม่นาน หลวงลุงเส็งก็ลาสิกขาไปครองเรือน และถึงแก่กรรมในเวลาต่อมา

ตำนานจระเข้มีชีวิตที่แม่น้ำ


หลวงปู่สนิทเคยเล่าให้ศิษย์ฟังว่า ในช่วงแรกที่เรียนวิชานี้ ท่านเองก็ไม่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของจระเข้โทน หลวงลุงเส็งจึงพาท่านไปที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง หยิบจระเข้โทนออกจากย่ามสี่ตัว เป็นเนื้อไม้ทองหลางสองตัว เนื้อหินแกะหนึ่งตัว และเนื้อไม้คูณอีกหนึ่งตัว บริกรรมคาถาสักครู่แล้วโยนลงแม่น้ำทั้งสี่ตัว ไม่นานนักก็ปรากฏจระเข้ตัวใหญ่มีชีวิตลอยขึ้นมาบนผิวน้ำทั้งสี่ตัวอย่างน่าเกรงขาม จากนั้นหลวงลุงเส็งจึงใช้มีดตบเบาๆ ที่ผิวน้ำริมตลิ่ง จระเข้เหล่านั้นก็คลานเข้ามาใกล้และกลับร่างเป็นจระเข้โทนจิ๋วดังเดิม แต่ครั้งนั้นมีเพียงสามตัวที่กลับมา อีกหนึ่งตัวหายไปโดยไม่พบร่องรอย ตามความเชื่อที่เล่าขานกันมา จระเข้ที่ปลุกเสกด้วยวิชานี้จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 7 วัน ก่อนจะกลับคืนสู่ร่างเดิม

จระเข้โทนรุ่นแรก ปี 2509


จระเข้โทนหลวงปู่สนิทรุ่นแรก หรือที่เรียกกันว่ารุ่นขาติด สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 เป็นเนื้อตะกั่วหล่อ ใต้ท้องตอกยันต์อิสวาสุ นะมะพะทะ หลวงปู่หล่อขึ้นเองที่วัด มิได้สั่งสร้างจากที่อื่น ด้วยเจตนาเพื่อบูชาคุณอาจารย์เส็งผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ และเพื่อแจกจ่ายแก่ทหารตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัย ตามความเชื่อ จระเข้โทนของหลวงปู่สนิทมีพุทธคุณโดดเด่นด้านการปกป้องคุ้มครองและแคล้วคลาด ทำให้ภูตผีปีศาจเกรงกลัว ป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน และถอดถอนเสน่ห์ยาแฝดต่างๆ เว้นแต่ผู้ที่คิดคดทรยศต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จระเข้โทนจะไม่คุ้มครองให้

พญาเต่าเรือน นกสาริกา และเครื่องรางอื่นๆ


นอกจากจระเข้โทนแล้ว หลวงปู่สนิทยังสร้างพญาเต่าเรือนไว้หลายขนาด ตั้งแต่ขนาดห้อยคอไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนยกถึงสามสี่คน ส่วนใหญ่แกะจากหินตามความเชื่อโบราณที่ว่าพระโพธิสัตว์เคยเสวยพระชาติเป็นพญาเต่าเรือน โดยจะปลุกเสกจนกว่าจะปรากฏความเคลื่อนไหวราวมีชีวิตจริงจึงถือว่าเสร็จพิธี
อีกหนึ่งเครื่องรางที่หายากยิ่งคือนกสาริกา วัตถุมงคลสายเมตตามหานิยมที่หลวงปู่สนิทสร้างจากมวลสารพิเศษ ประกอบด้วยผงบดละเอียดจากกาฝาก 108 ชนิด เกสรดอกไม้ 108 ชนิด ผงอิทธิเจ ผงยันต์ตามตำราโบราณ และมวลสารพิเศษตามความเชื่อดั้งเดิมของหมอผีโบราณอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากมวลสารหายากและท่านสร้างไว้จำนวนน้อยมาก อีกทั้งยังเกรงว่าจะมีผู้นำไปใช้ในทางที่ไม่ดี ทำให้นกสาริการุ่นนี้เป็นที่หวงแหนและหายากที่สุดชิ้นหนึ่งในวงการเครื่องรางสายเมตตา นอกจากนี้ท่านยังสร้างสะดือหนุมาน ปลัดขิก พระขรรค์ ตะกรุด และพระเนื้อดินเนื้อผงไว้อีกหลายชนิด

มรณภาพและพระธาตุปาฏิหาริย์


หลวงปู่สนิทมรณภาพลงเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2542 สิริรวมอายุได้ 74 ปี พรรษาที่ 51 แต่เดิมสรีระของท่านถูกเก็บรักษาไว้ในโลงแก้ว เนื่องจากมีการเล่าขานว่าสรีระไม่เน่าเปื่อยตามปกติ และเส้นเกศาที่เคยปลงเก็บไว้ก็มีผู้พบว่าแปรสภาพคล้ายพระธาตุอย่างน่าอัศจรรย์ ปัจจุบันสรีระของท่านได้รับการพระราชทานเพลิงศพไปแล้ว
หลวงปู่สนิท วัดลำบัวลอย จังหวัดนครนายก จึงไม่ได้เป็นเพียงพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สืบทอดตำรับจระเข้โทนหนึ่งเดียวในเมืองไทยไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและระลึกถึง วัตถุมงคลที่ท่านสร้าง ทั้งจระเข้โทน พญาเต่าเรือน และนกสาริกา จึงยังคงเป็นที่เสาะแสวงหาของนักสะสมมาจนถึงทุกวันนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


  • ที่มาเรื่องต้นฉบับและภาพ: กฤศ รักษ์พระ
  • ประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [rukpra.wordpress.com], [108prageji.com], [banmuang.co.th]
  • ที่มาของจระเข้โทนและตำนานสายวิชา: [prapantip.com]
  • งานพัฒนาและถนนเข้าวัด: [travel.kapook.com]

แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง