ประวัติหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง ยอดพระคณาจารย์แห่งภาคตะวันออก
ในวงการพระเครื่องเมืองไทย มีชื่อของพระเกจิอาจารย์อยู่ไม่กี่รูปที่วัตถุมงคลของท่านราคาพุ่งสูงระดับหลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท และหนึ่งในนั้นคือ หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง เจ้าของตำรับผงพรายกุมารอันโด่งดัง และเป็นยอดพระคณาจารย์ผู้มีพลังจิตแก่กล้าที่สุดรูปหนึ่งของภาคตะวันออก
บทความนี้จะพาไปย้อนรอยชีวิตของหลวงปู่ทิมอย่างละเอียด ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงตำนานวัตถุมงคลที่ยังคงเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วประเทศ
ชาติ
กำเนิดที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร
หลวงปู่ทิมมีนามเดิมว่า ทิม งามศรี เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 ที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร หมู่ 2 ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โยมบิดาชื่อแจ้ โยมมารดาชื่ออินทร์ งามศรี ท่านมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันเป็นชายทั้ง 3 คน โดยหลวงปู่ทิมเป็นบุตรคนที่ 2
วัยเยาว์กับการศึกษาและการเป็นทหาร
เมื่อหลวงปู่ทิมอายุได้ 17 ปี โยมบิดาได้นำท่านไปฝากเรียนหนังสือกับพ่อท่านสิงห์ ที่วัดละหารใหญ่ ทั้งภาษาไทยและอักษรขอม ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีท่านก็อ่านออกเขียนได้คล่องแคล่ว โยมบิดาจึงขอตัวกลับมาช่วยงานที่บ้าน ต่อมาเมื่ออายุได้ 19 ปี ท่านถูกคัดเลือกเข้ารับราชการทหารอยู่ถึง 4 ปี ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตฆราวาสตามปกติ
อุปสมบทและออกธุดงค์แสวงบุญ
เมื่อครบอายุบวช หลวงปู่ทิมได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2449 ณ พัทธสีมาวัดละหารไร่ โดยมีพระครูขาว แห่งวัดทับมา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เกตุเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สิงห์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อิสริโก
หลังอุปสมบทท่านจำพรรษาอยู่ที่วัด 1 พรรษา ก่อนขออนุญาตพระอาจารย์ออกธุดงค์ไปหลายจังหวัดเป็นเวลานานถึง 3 ปี ระหว่างการเดินทางท่านได้ร่ำเรียนวิชาต่างๆ ทั้งจากพระภิกษุและฆราวาสที่พบเจอ อีกทั้งยังได้ศึกษาตำราของหลวงปู่เฒ่าสังข์ ผู้เป็นปู่แท้ๆ ของท่านเอง ซึ่งเป็นพระปรมาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมอย่างยิ่งในยุคนั้น นับเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมให้หลวงปู่ทิมกลายเป็นพระเกจิผู้เข้มขลังในเวลาต่อมา
เจ้าอาวาสนักพัฒนาผู้สร้างคุณประโยชน์รอบด้าน
เมื่อหลวงปู่ทิมได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ท่านเริ่มซ่อมแซมกุฏิและพัฒนาวัดในด้านต่างๆ ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้าน เมื่อท่านดำริจะสร้างพระอุโบสถ งานก็แล้วเสร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งปีเศษ ต่อมาท่านยังได้ก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลโดยได้รับความช่วยเหลือจากทางอำเภอและจังหวัด ใช้เวลาเพียง 8 เดือนก็เปิดสอนนักเรียนได้ นอกจากนี้ท่านยังชักชวนชาวบ้านช่วยกันสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่ง ทุกโครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดีจากความเคารพเลื่อมใสที่ญาติโยมมีต่อท่าน
พระผู้สันโดษ ฉันมื้อเดียวตลอดชีวิต
หลวงปู่ทิมเป็นพระที่ไม่ยินดียินร้ายกับลาภยศสรรเสริญ ปี พ.ศ. 2478 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน แต่ท่านไม่บอกใคร จนทางอำเภอนำตราตั้งมามอบให้ถึงที่วัด เช่นเดียวกับปี พ.ศ. 2497 เมื่อได้รับเลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ไม่เอ่ยปากบอกผู้ใด จนทางอำเภอต้องส่งหนังสือแจ้งไปที่วัด ชาวบ้านจึงทราบข่าวและช่วยกันจัดขบวนแห่ไปรับสัญญาบัตรพัดยศแทนท่าน และในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูภาวนาภิรัต อันเป็นสมณศักดิ์สุดท้ายที่ท่านได้รับ
สิ่งที่แสดงถึงความเคร่งครัดในธรรมวินัยของหลวงปู่ทิมได้ชัดเจนที่สุด คือการฉันอาหารเพียงมื้อเดียวต่อวัน และเป็นอาหารมังสวิรัติล้วน ไม่ฉันเนื้อสัตว์หรือแม้แต่น้ำปลามาตลอด 50 ปี ท่านฉันข้าวเช้าราว 7 โมงเช้าและฉันน้ำชาเวลา 4 โมงเย็นเท่านั้น หากเลยเวลาที่กำหนดไว้ท่านจะไม่ยอมฉันเด็ดขาด แม้กระนั้นท่านก็ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง สายตาดี ฟันไม่เคยหักแม้แต่ซี่เดียว แม้อายุจะใกล้ 100 ปีก็ตาม
มรณภาพและการพระราชทานเพลิงศพ
หลวงปู่ทิมมรณภาพลงด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ สิริอายุ 96 ปี พรรษาที่ 69 หลังจากนั้นคณะศิษย์ได้เก็บสรีระของท่านไว้ที่ศาลาภาวนาภิรัตให้ผู้ศรัทธาได้กราบสักการะเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะมีการพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2526 สะท้อนถึงความเคารพศรัทธาอันลึกซึ้งที่คณะศิษย์และชาวบ้านมีต่อท่าน
ต้นตำรับผงพรายกุมาร ตำนานพระขุนแผนที่แพงที่สุด
หนึ่งในวัตถุมงคลที่โด่งดังที่สุดของหลวงปู่ทิมคือ พระขุนแผนผงพรายกุมาร หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าผงพรายกุมาร ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นพระขุนแผนยุคหลังที่มีราคาซื้อขายสูงยิ่งกว่าพระขุนแผนกรุเก่าหลายรุ่นเสียอีก

ตามตำราโบราณ การสร้างผงพรายกุมารเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ผู้สร้างต้องกำหนดฤกษ์ยามและประกอบพิธีกรรมตามตำราอย่างเคร่งครัด โดยความเชื่อกล่าวว่าเป็นการอธิษฐานจิตบวชดวงวิญญาณให้กลายเป็นเทพผู้มีฤทธิ์คุ้มครองผู้อาราธนา พระเกจิอาจารย์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นตำรับวิชานี้มีอยู่สองรูปคือ หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม และหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยองแห่งนี้เอง
พระกริ่งชินบัญชร ปาฏิหาริย์วันเททอง
อีกหนึ่งวัตถุมงคลยอดนิยมคือ พระกริ่งชินบัญชร ประกอบพิธีเททองหล่อที่ลานวัดละหารไร่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 โดยหลวงปู่ทิมเป็นผู้จุดเทียนชัยด้วยตัวท่านเอง ตามคำบอกเล่าของผู้ร่วมพิธี วันนั้นเป็นช่วงฤดูฝนและมีฝนตกหนักโดยรอบพื้นที่ห่างจากวัดออกไปไม่ไกล แต่บริเวณวัดละหารไร่กลับไม่มีฝนตกเลยตลอดพิธี จนกระทั่งเททองหล่อพระเสร็จสิ้นฝนจึงเทลงมาอย่างหนัก ผู้คนที่พบเห็นเหตุการณ์นี้ต่างเชื่อว่าเป็นนิมิตมงคล จึงพากันมาจองพระกริ่งรุ่นนี้กันเป็นจำนวนมาก

เหรียญและวัตถุมงคลอื่นๆ ที่เป็นตำนาน
นอกจากผงพรายกุมารและพระกริ่งชินบัญชรแล้ว หลวงปู่ทิมยังสร้างวัตถุมงคลไว้ครบทุกประเภท ทั้งพระผง พระปิดตา เหรียญรูปเหมือน ตะกรุด สีผึ้ง ลูกอม และผ้ายันต์ เหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เนื้ออัลปาก้า เพื่อแจกในงานฉลองสมณศักดิ์ ส่วนเหรียญเสมา 8 รอบ เนื้อทองคำ ที่สร้างในปี พ.ศ. 2518 มีจำนวนเพียง 56 เหรียญเท่านั้น และใช้เวลาปลุกเสกนานเป็นพิเศษ
ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และประสบการณ์ที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน วัตถุมงคลของหลวงปู่ทิมจึงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดพระเครื่อง บางรายการเคยมีการประมูลซื้อขายกันในราคาหลักแสนไปจนถึงเกือบล้านบาทต่อองค์ สะท้อนถึงความศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลายแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม
หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง จึงไม่ได้เป็นเพียงพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างของพระนักพัฒนาผู้สันโดษ ที่วางรากฐานพุทธาคมส่งต่อถึงศิษย์รุ่นหลังหลายรูป จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานพระเกจิอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกมาจนถึงทุกวันนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ที่มาเรื่องต้นฉบับและภาพ: คุณตั้ม ศรีวิชัย — [tumsrivichai.com]
- ประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [th.wikipedia.org], [jramulet.com], [108prageji.com]
- วัตถุมงคลและราคาตลาด: [thairath.co.th], [acicertified.com]


