ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

เกจิอาจารย์

ประวัติหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม

โดย กฤศ รักษ์พระ15 สิงหาคม 2569อ่าน 6

เบี้ยแก้วัดกลางบางแก้วหลวงปู่เพิ่ม


ประวัติหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม ศิษย์เอกผู้สืบทอดตำรับเบี้ยแก้จากหลวงปู่บุญ


หากหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว คือผู้ให้กำเนิดตำรับเบี้ยแก้อันลือลั่น หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม ก็คือทายาทผู้สืบทอดตำรับนี้ไว้อย่างเคร่งครัดที่สุด ด้วยความผูกพันใกล้ชิดกับหลวงปู่บุญมาตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบ จนกลายเป็นศิษย์เอกที่ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสและราชทินนามเดียวกันกับพระอาจารย์ในเวลาต่อมา
บทความนี้จะพาไปย้อนรอยชีวิตของหลวงปู่เพิ่มอย่างละเอียด พร้อมที่มาของชื่อวัดกลางบางแก้ว

ชาติกำเนิดที่ตำบลไทยวาส


หลวงปู่เพิ่มมีนามเดิมว่า เพิ่ม เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2429 ที่ตำบลไทยวาส อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โยมบิดาชื่อเกิด โยมมารดาชื่อวรรณ

ศิษย์วัดผู้ใกล้ชิดหลวงปู่บุญที่สุดตั้งแต่วัยแปดขวบ


หลวงปู่เพิ่มบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าเด็กทั่วไปในยุคนั้นมาก และนับแต่นั้นท่านก็อยู่ปฏิบัติรับใช้หลวงปู่บุญอย่างใกล้ชิดตลอดมา จนกระทั่งหลวงปู่บุญมรณภาพ รวมเป็นเวลานานถึง 39 ปี ตลอดระยะเวลานั้นหลวงปู่เพิ่มได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากหลวงปู่บุญอย่างครบถ้วน ทั้งด้านคันถธุระ วิปัสสนาธุระ ตลอดจนเวทวิทยาคมต่างๆ จึงไม่แปลกที่ท่านจะได้รับการยกย่องว่าเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่บุญมากที่สุด

อุปสมบทโดยสมเด็จพระสังฆราชแพ


เมื่อครบอายุบวช หลวงปู่เพิ่มเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ณ พัทธสีมาวัดกลางบางแก้ว โดยมีสมเด็จพระสังฆราชแพ ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระวันรัต วัดสุทัศน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการจอม เจ้าอาวาสวัดตุ๊กตา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูทักษิณานุกิจ วัดสรรเพชญ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปุณณวสโน นับเป็นเกียรติอันสูงส่งที่ได้รับการอุปสมบทโดยพระเถระชั้นสมเด็จพระสังฆราชในเวลาต่อมา

พระผู้เปี่ยมเมตตาและวาจาอ่อนหวาน


หลวงปู่เพิ่มเป็นพระสงฆ์ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยศีล สมาธิ และปัญญาธรรม เปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาธรรม ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะพระที่พูดจาไพเราะอ่อนหวาน สำเนียงของท่านแฝงไว้ด้วยความเมตตา ผู้ที่ได้ฟังต่างรู้สึกชุ่มชื่นใจ และผู้ที่ได้สนทนากับท่านก็มักเกิดความเคารพศรัทธาโดยไม่รู้ตัว

ลำดับตำแหน่งและสมณศักดิ์


หลวงปู่เพิ่มได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์เพิ่มขึ้นตามลำดับ เริ่มจากวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว ปี พ.ศ. 2482 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ปี พ.ศ. 2483 เป็นเจ้าคณะอำเภอนครชัยศรี ปี พ.ศ. 2489 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูพุทธวิถีนายก ปี พ.ศ. 2495 ได้รับเลื่อนเป็นพระครูชั้นเอกในราชทินนามเดิม และในปี พ.ศ. 2503 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ราชทินนามว่าพระพุทธวิถีนายก ซึ่งเป็นราชทินนามเดียวกันกับที่หลวงปู่บุญผู้เป็นพระอาจารย์เคยได้รับมาก่อน

เบี้ยแก้ตำรับหลวงปู่บุญที่สืบทอดอย่างเคร่งครัด


วัตถุมงคลที่หลวงปู่เพิ่มได้รับการยกย่องมากที่สุดคือเบี้ยแก้ ซึ่งท่านสร้างตามตำรับของหลวงปู่บุญอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน ผู้ที่ต้องการเบี้ยแก้ต้องจัดหาหอยเบี้ย 1 ตัว ปรอทหนัก 1 บาท ชันนะโรงใต้ดินกลางแจ้ง 1 ก้อน และแผ่นตะกั่วขนาด 4x5 นิ้ว ซึ่งสมัยนั้นหาซื้อได้ที่ตลาดนครชัยศรี นำมาจัดใส่ถาดพร้อมดอกไม้ธูปเทียนไปถวายหลวงปู่ ท่านจะรับสิ่งของไว้ เสกปรอทแล้วเทใส่ฝ่ามือเรียกปรอทกรอกใส่หอยเบี้ย จากนั้นอุดปากหอยด้วยชันนะโรง แล้วส่งถาดคืนพร้อมหอยเบี้ยที่กรอกปรอทเรียบร้อยแล้ว บางครั้งท่านจะให้นำไปหาพระสมุห์เจือ ณ กุฏิริมแม่น้ำนครชัยศรี เพื่อห่อหุ้มด้วยแผ่นตะกั่วและใช้ด้ามมีดเคาะจนแนบสนิท

ตะกรุด ยาวาสนาจินดามณี และเหรียญรุ่นต่างๆ


นอกจากเบี้ยแก้แล้ว หลวงปู่เพิ่มยังสร้างตะกรุดและยาเม็ดวาสนาจินดามณีสืบทอดตำรับของหลวงปู่บุญไว้เช่นกัน รวมถึงเหรียญรุ่นต่างๆ ที่ได้รับความนิยมสูง อาทิ เหรียญรุ่นแรกเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง สร้างในปี พ.ศ. 2504 เหรียญรุ่นสาม สร้างในปี พ.ศ. 2513 และเหรียญพัดยศ สร้างในปี พ.ศ. 2517

ที่มาของชื่อ "วัดกลางบางแก้ว"


วัดกลางบางแก้วแต่เดิมมีชื่อว่าวัดคงคาราม เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน ในนิราศพระปฐมของสุนทรภู่ยังมีบทกลอนกล่าวถึงวัดแห่งนี้ไว้ว่า
*ถึงบางแก้วมองเขม้นไม่เห็นแก้ว เห็นแต่แนวคงคาพฤกษาสลอน**มีวัดหนึ่งโตใหญ่ใกล้สาคร สง่างอนช่อฟ้าศาลาตะพาน**ดูเบื้องบนอาวาสก็ลาดเลี่ยน ต้นตะเคียนร่มรกปกวิหาร*
บทกลอนนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดใหญ่ที่เจริญรุ่งเรือง สะอาดสะอ้าน ร่มรื่น และตั้งอยู่ริมน้ำมาตั้งแต่สมัยนั้น ต่อมาในสมัยพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เสด็จมาที่วัดคงคารามและทรงเห็นว่าวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ตรงปากคลองบางแก้ว อยู่ระหว่างกลางวัดตุ๊กตาและวัดใหม่สุประดิษฐ์ จึงได้ประทานนามวัดใหม่ว่าวัดกลางบางแก้ว เมื่อราวปี พ.ศ. 2465 ในสมัยที่หลวงปู่บุญยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

มรณภาพ


หลวงปู่เพิ่มมรณภาพด้วยโรคชราอย่างสงบ เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2526 เวลา 05.50 น. สิริรวมอายุได้ 97 ปี พรรษาที่ 76 นับเป็นพระเถระที่มีอายุยืนยาวสมกับที่ได้สืบทอดทั้งวิชาความรู้และความเมตตาธรรมจากหลวงปู่บุญมาอย่างเต็มเปี่ยม
หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม จึงไม่ได้เป็นเพียงศิษย์เอกผู้สืบทอดตำรับเบี้ยแก้จากหลวงปู่บุญเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างของพระสงฆ์ผู้เปี่ยมเมตตาและซื่อตรงต่อตำรับดั้งเดิม วัตถุมงคลที่ท่านสร้างจึงยังคงเป็นที่เสาะแสวงหาของนักสะสมมาจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะสายตรงที่เชื่อมโยงกับตำนานเบี้ยแก้แห่งวัดกลางบางแก้วได้ใกล้ชิดที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


  • ที่มาเรื่องต้นฉบับ: คุณมหาแม่กลอง, คุณแทน ท่าพระจันทร์ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด, ภาพโดยร้านนะโมพุทธายะ
  • ประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [th.wikipedia.org], [amuletsinsiam.blogspot.com](), [108prageji.com]
  • กรรมวิธีสร้างเบี้ยแก้โดยละเอียด: [tnews.co.th]
  • วัตถุมงคลและปีสร้างเหรียญรุ่นต่างๆ: [matichon.co.th]

แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง