ประวัติหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เจ้าตำรับพระปิดตาที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทย
ในย่านฝั่งธนบุรีที่เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่ มีวัดหนึ่งที่ผู้คนนับถือและเสาะแสวงหามายาวนานกว่าร้อยปี ด้วยชื่อของพระเกจิอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ นั่นคือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระเถระผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสยาวนานถึง 68 ปี และเป็นเจ้าตำรับพระปิดตาที่ได้รับความนิยมสูงสุดรูปหนึ่งของเมืองไทย แม้ท่านจะมรณภาพไปกว่า 40 ปีแล้ว แต่ศรัทธาของผู้คนที่มีต่อท่านก็ไม่เคยจางหาย

บทความนี้จะพาไปย้อนรอยชีวิตของหลวงปู่โต๊ะอย่างละเอียด
ชาติกำเนิดที่บ้านคลองบางน้อย
หลวงปู่โต๊ะเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2430 ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 ปีกุน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ บ้านคลองบางน้อย ตำบลบางพรหม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โยมบิดาชื่อลอย โยมมารดาชื่อทับ นามสกุลรัตนคอน ท่านมีน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันหนึ่งคนชื่อเฉื่อย โดยหลวงปู่โต๊ะเป็นบุตรคนโต

กำพร้าตั้งแต่เยาว์วัย มาอยู่วัดประดู่ฉิมพลี
ในวัยเด็ก เด็กชายโต๊ะเข้าเรียนหนังสือไทยที่วัดเกาะแก้ว ใกล้บ้านเกิด เมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรม พระภิกษุแก้วผู้เป็นญาติเห็นความขยันหมั่นเพียรของท่าน จึงพามาฝากไว้กับพระอธิการสุข เจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี ฝั่งธนบุรี เมื่ออายุได้ 13 ปี

บรรพชาเป็นสามเณรในวันที่ครูใหญ่มรณภาพ
หลังเรียนหนังสือที่วัดประดู่ฉิมพลีอีกราว 4 ปี เมื่ออายุได้ 17 ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยมีพระอธิการสุขเป็นพระอุปัชฌาย์ แต่น่าเศร้าที่บรรพชาได้เพียงวันเดียว พระอธิการสุขผู้เป็นทั้งพระอุปัชฌาย์และผู้อุปการะก็มรณภาพลง นายคล้ายและนางพันธ์ ซึ่งเป็นพี่ชายและพี่สะใภ้ของพระอธิการสุข และมีบ้านอยู่ใกล้วัด จึงรับอุปการะสามเณรโต๊ะต่อมา
สามเณรผู้ใฝ่กรรมฐาน พูดน้อยแต่ชอบซักถามธรรม
สามเณรโต๊ะศึกษาพระธรรมวินัยในสำนักวัดประดู่ฉิมพลีซึ่งมีพระอธิการคำเป็นเจ้าอาวาส พร้อมทั้งเรียนกรรมฐานกับพระอาจารย์พรหมอีกทางหนึ่ง ด้วยความมุ่งมั่นในการเจริญสมาธิกรรมฐานอย่างยิ่ง พระอาจารย์พรหมเคยเล่าว่าแทบทุกคืนจะเห็นสามเณรโต๊ะแอบไปนั่งกรรมฐานเพียงลำพังในโบสถ์ บางครั้งก็เห็นเดินจงกรมอยู่ในป่าริมคลองบางหลวงตามลำพัง ท่านมักเก็บตัวเงียบพูดน้อย แต่ช่างซักถามในข้อธรรมต่างๆ อยู่เสมอ

อุปสมบทและครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชา
เมื่ออายุครบ 20 ปี หลวงปู่โต๊ะเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ณ พัทธสีมาวัดประดู่ฉิมพลี โดยมีพระครูสมณธรรมสมาทาน (แสง) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอักขรานุสิต (ผ่อง) วัดนวลนรดิศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูธรรมวิรัต (เชย) วัดกำแพง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อินทสุวัณโณ หลังอุปสมบทท่านศึกษาทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระด้วยความวิริยะอุตสาหะ จนสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี พ.ศ. 2455

ธุดงค์ทั่วไทย ฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์มากมาย
หลวงปู่โต๊ะออกธุดงค์จาริกไปทั่วประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ระหว่างการเดินทางท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมหลายรูป อาทิ หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน หลวงพ่อเนียม วัดน้อย และหลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่ นอกจากนี้ท่านยังมีสหธรรมิกที่เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมยุคหลายรูป เช่น หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

เจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีนานถึง 68 ปี
เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีว่างลง หลวงปู่โต๊ะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 และปกครองวัดนี้ต่อเนื่องนานถึง 68 ปีจนมรณภาพ ท่านทุ่มเทดูแลบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดในทุกด้าน ทั้งพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ โรงเรียนสำหรับลูกชาวไร่ และสระน้ำ อีกทั้งยังซื้อที่ดินบริเวณหน้าถ้ำเพิ่มอีกกว่า 90 ไร่ รวมเป็นเนื้อที่วัดกว่า 140 ไร่ พร้อมสร้างถนนเชื่อมต่อเพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยท่านควบคุมดูแลการก่อสร้างทุกอย่างด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด

พระปิดตาเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทย
วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงให้หลวงปู่โต๊ะมากที่สุดคือพระปิดตา ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นพระปิดตาที่โด่งดังและเป็นที่นิยมที่สุดรุ่นหนึ่งของเมืองไทย ท่านสร้างพระปิดตาไว้หลายรุ่นตลอดหลายทศวรรษ ที่โด่งดังที่สุดคือชุดจัมโบ้ในช่วงปลายทศวรรษ 2520 เริ่มจากพระปิดตาจัมโบ้ 1 หรือพระปิดตามหาลาภพิมพ์ใหญ่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2520 ตามด้วยพระปิดตาจัมโบ้ 2 หรือยันต์สุกิตติมาพิมพ์ใหญ่ สร้างระหว่างปี พ.ศ. 2521-2523 ซึ่งหลวงปู่ตั้งใจจะปลุกเสกให้ครบ 5 พรรษา แต่ท่านมรณภาพลงเสียก่อน จึงได้รับการปลุกเสกนานถึง 3 ไตรมาสอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการปลุกเสกที่ยาวนานที่สุดรุ่นหนึ่งของท่าน

พระปิดตาจัมโบ้ 2 นี้สร้างด้วยเนื้อผงเกสร ผงใบลาน และผงธูปกรรมฐาน รวมกันหลายหมื่นองค์ ในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระรุ่นนี้แก่ทหารตำรวจชายแดน และเมื่อมีประสบการณ์แคล้วคลาดเป็นที่เลื่องลือ พระรุ่นนี้จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ตามความเชื่อ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะมีพุทธคุณรอบด้าน ทั้งเสริมโชคลาภ การเงิน การค้าขาย เมตตามหานิยม และการเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย

เหรียญและพระสมเด็จอันเลื่องชื่อ
นอกจากพระปิดตาแล้ว หลวงปู่โต๊ะยังสร้างเหรียญรูปเหมือนไว้หลายรุ่น เริ่มจากเหรียญรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2510 ที่น่าสนใจคือพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ที่สร้างในปี พ.ศ. 2518 ซึ่งแรกเริ่มไม่ค่อยมีผู้สนใจนัก เพราะพิมพ์คล้ายคลึงกับของวัดใหม่อมตรสมากเกินไป ทางวัดจึงเก็บรักษาไว้ในกุฏิหลวงปู่ และท่านได้ปลุกเสกพระชุดนี้ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 พรรษา ระหว่างปี พ.ศ. 2517-2523 นับเป็นวัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกนานที่สุด จนกระทั่งมรณภาพในปี พ.ศ. 2524 หลังจากนั้นทางวัดจึงนำออกให้บูชาอีกครั้งและมีผู้เช่าบูชาจนหมด ส่วนหนึ่งเคยถวายแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวรในสมัยนั้น เพื่อนำไปแจกแก่ผู้ใหญ่ถึง 500 องค์
พระผู้เปี่ยมเมตตา วางอุเบกขาได้เสมอ
หลวงปู่โต๊ะมีอัธยาศัยงดงาม สุภาพอ่อนโยน เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ยินดีสงเคราะห์อนุเคราะห์ผู้อื่นและสรรพสัตว์โดยเสมอหน้า ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ท่านเข้าใจธรรมชาติของผู้คนเป็นอย่างดี บางคนมาหาท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจ หวังผลเพื่อส่วนรวม บางคนก็มาด้วยเจตนาส่วนตน แต่ท่านไม่เคยเพ่งโทษหรือติเตียนผู้ใด มีแต่เมตตากรุณาเป็นเบื้องหน้า วางอุเบกขาได้เสมอไม่ว่าจะเผชิญเรื่องราวใด


วาระสุดท้าย
หลวงปู่โต๊ะเริ่มอาพาธครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ก่อนมรณภาพเพียง 7 วัน ท่านลุกจากเตียงไม่ได้เลย จนกระทั่งวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2524 คณะลูกศิษย์ที่เป็นพยาบาลได้มาถวายรังนก สังเกตเห็นว่าแขนของท่านบวม ท่านมรณภาพลงด้วยอาการสงบในเวลา 09.55 น. สิริรวมอายุได้ 93 ปี พรรษา 73 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลศพ นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่แสดงถึงพระบารมีของหลวงปู่โต๊ะได้เป็นอย่างดี
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี จึงไม่ได้เป็นเพียงเจ้าตำรับพระปิดตาที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างของพระเถระผู้อุทิศทั้งชีวิตให้แก่วัดและพระพุทธศาสนา ด้วยเมตตาธรรมและความเพียรที่ไม่เคยลดละตลอด 68 ปีแห่งการเป็นเจ้าอาวาส มรดกทั้งด้านวัตถุมงคลและคุณงามความดีของท่านจึงยังคงเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [th.wikipedia.org], [108prageji.com], [khaosod.co.th]
- ประวัติวัดประดู่ฉิมพลีและงานพัฒนา: [amulet7.com]
- พระปิดตาจัมโบ้และพระสมเด็จปรกโพธิ์: [komchadluek.net], [komchadluek.net], [amulet-168.com]
- วาระสุดท้ายและพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์: [komchadluek.net], [amuletid.com]




