ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

เกจิอาจารย์

หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน: พระมหาเถระ 5 แผ่นดินแห่งศรีสะเกษ

โดย กฤศ รักษ์พระ27 สิงหาคม 2569อ่าน 2

หลวงพ่อกวยเครื่องรางพระปิดตาตะกรุดหลวงปู่หมุนวัดบ้านจาน


ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน จังหวัดศรีสะเกษ พระเกจิอาจารย์ผู้ธุดงค์ไปลาวและพม่าเพื่อสืบวิชามหาวิชาธาตุสี่ และคำทำนายอันโด่งดังเรื่องวัตถุมงคลของท่าน

มีคำพูดหนึ่งที่ลูกศิษย์ลูกหาสายวัดบ้านจานเล่าขานกันไม่รู้จบ นั่นคือคำทำนายที่ว่า "ของข้าจะแรงตอนข้าตาย" เป็นคำพูดของพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีชีวิตยืนยาวข้ามถึง 5 แผ่นดิน และมรณภาพด้วยวัย 109 ปี ท่านคือ "หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล" แห่งวัดบ้านจาน พระผู้ธุดงค์ไปไกลถึงลาวและพม่าเพื่อสืบหาสุดยอดวิชาอาคม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระเกจิที่ทรงคุณวิเศษที่สุดรูปหนึ่งของภาคอีสาน


กำเนิดที่บ้านจาน แผ่นดินอีสานใต้

หลวงปู่หมุนถือกำเนิดในราว พ.ศ. 2437 ที่บ้านจาน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ท่านมีชื่อเดิมว่า หมุน ศรีสงคราม บิดาชื่อดี มารดาชื่ออั๊ว ทั้งคู่ประกอบอาชีพทำไร่ทำนาตามวิถีชาวอีสานทั่วไป ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็อยู่กันอย่างเรียบง่ายพอเพียง เด็กชายหมุนเติบโตขึ้นท่ามกลางความศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ฝังรากลึกอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้ท่านก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์


บรรพชาและการศึกษาวิชากับหลวงพ่อสีดา

เมื่ออายุได้ 14 ปี หมุนได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านจานอันเป็นวัดประจำหมู่บ้าน โดยมีหลวงพ่อสีดา พระอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมัฏฐานและวิทยาคมเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ ช่วงเวลานี้เองที่สามเณรหมุนได้ซึมซับทั้งพระธรรมวินัยและพื้นฐานทางไสยศาสตร์แบบโบราณ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการแสวงหาความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดในเวลาต่อมา


อุปสมบทและฉายา "ฐิตสีโล"

ครั้นอายุครบ 23 ปีในปี พ.ศ. 2460 หมุนได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า "ฐิตสีโล" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้มีศีลตั้งมั่น" สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาศีลอันบริสุทธิ์ตลอดชีวิตสมณเพศ หลังบวชแล้วท่านมิได้หยุดอยู่กับที่ แต่เริ่มออกเดินทางแสวงหาครูบาอาจารย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างจริงจัง


ธุดงค์ไกลถึงลาวและพม่า สืบหาสมเด็จลุน

จุดเด่นที่ทำให้ประวัติของหลวงปู่หมุนน่าตื่นเต้นไม่แพ้พระเกจิรูปใดคือการเดินธุดงค์ไปไกลถึงต่างแดน ท่านเดินทางเข้าไปศึกษาบาลีมูลกัจจายน์ที่วัดเทพธิดารามในกรุงเทพฯ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ประเทศลาวถึงสองครั้งเพื่อสืบหา "สมเด็จลุน" แห่งนครจำปาศักดิ์ พระเกจิผู้เลื่องชื่อด้านวิทยาคมในยุคนั้น นอกจากนี้ท่านยังเดินทางเข้าประเทศพม่าเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จนได้พบและฝากตัวเป็นศิษย์ของครูบาอาจารย์อีกหลายรูป ซึ่งบางตำนานเล่าว่าท่านเคยพบและได้รับของที่ระลึกจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานผู้เป็นที่เคารพนับถือทั่วประเทศด้วย


จากการแสวงหาไม่หยุดยั้งนี้เอง ทำให้หลวงปู่หมุนได้ร่ำเรียนวิชาชั้นสูงที่เรียกกันว่า "มหาวิชาธาตุสี่" ซึ่งเป็นศาสตร์ลี้ลับที่ต้องอาศัยทั้งสมาธิและความเพียรอย่างยิ่งยวดในการฝึกฝน ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของท่านในฐานะพระเกจิที่ทรงวิทยาคมเข้มขลังในสายตาผู้คน

กลับสู่วัดบ้านจาน บูรณะและปกครองวัด

หลังจากธุดงค์แสวงหาความรู้มายาวนาน หลวงปู่หมุนได้เดินทางกลับมาปักหลักที่วัดบ้านจานอีกครั้งในราว พ.ศ. 2507 และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ท่านทุ่มเทบูรณะวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีแห่งนี้จนมีความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังให้ความช่วยเหลือในการก่อสร้างและบูรณะวัดอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายแห่ง ด้วยวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย พำนักอยู่ในกุฏิไม้หลังเล็ก ๆ ทำให้ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาในความสมถะของท่านเป็นอย่างมาก


พระมหาเถระ 5 แผ่นดิน และคำทำนายอันโด่งดัง

ด้วยชีวิตที่ยืนยาวข้ามผ่านหลายรัชสมัย หลวงปู่หมุนจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "พระมหาเถระ 5 แผ่นดิน" ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในวงการสงฆ์ไทย ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ชื่อของท่านเป็นที่กล่าวขานไปทั่ววงการพระเครื่องคือคำทำนายที่ท่านเคยกล่าวไว้ก่อนมรณภาพว่าวัตถุมงคลของท่านจะยิ่งทวีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นหลังจากที่ท่านละสังขารไปแล้ว ด้วยพลังจิตและความตั้งใจที่สั่งสมมาตลอดชีวิต คำทำนายนี้เองที่ทำให้วัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ของหลวงปู่หมุนเป็นที่แสวงหาของนักสะสมพระเครื่องอย่างกว้างขวางมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นตะกรุดหรือเครื่องรางประเภทต่าง ๆ ที่เชื่อกันว่าเปี่ยมด้วยพุทธคุณด้านแคล้วคลาดและเมตตามหานิยม


บั้นปลายชีวิตและมรดกที่ยังคงอยู่

หลวงปู่หมุนมรณภาพลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2546 เวลา 07.30 น. ด้วยโรคชรา สิริอายุ 109 ปี คิดเป็นพรรษาได้ถึง 86 พรรษา นับเป็นการสิ้นสุดชีวิตของพระเกจิอาจารย์ผู้เดินทางแสวงหาธรรมและวิชามาตลอดชีวิตอย่างแท้จริง แม้ท่านจะละสังขารไปนานแล้ว แต่วัดบ้านจานในปัจจุบันยังคงเป็นสถานที่ที่ลูกศิษย์ลูกหาและผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางไปกราบสักการะรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านอยู่เสมอ เรื่องราวชีวิตของหลวงปู่หมุนจึงไม่ใช่เพียงตำนานพระเกจิรูปหนึ่ง แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจเรื่องความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้โดยไม่ย่อท้อ หากมีโอกาสผ่านไปทางจังหวัดศรีสะเกษ ลองแวะไปเยี่ยมชมวัดบ้านจานดูสักครั้ง แล้วจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งศรัทธาที่ยังคงแน่นแฟ้นมาจนถึงทุกวันนี้


แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกจิอาจารย์

หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท

ประวัติหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นครูสอนวิชาอาคมให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมตำนานหัวปลาแปลงร่างและวัตถุมงคลอันลือชื่อ

เกจิอาจารย์

ประวัติหลวงพ่อโม ธมฺมรกฺขิโต วัดจันทนาราม จังหวัดชัยนาท

ประวัติหลวงพ่อโม ธมฺมรกฺขิโต วัดจันทนาราม จังหวัดชัยนาท พระอาจารย์ของหลวงพ่อกวย เจ้าตำรับตะกรุดโทนที่แม้แต่ขุนพันธ์ยังต้องถอด