ประวัติการสร้างพระแหวกม่าน พิมพ์อกใหญ่ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท
ย้อนกลับไปเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆสิตาราม ยังเป็นเพียงเกจิอาจารย์ท้องถิ่นที่โด่งดังเฉพาะแถบจังหวัดชัยนาทเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่อาราธนาบูชาท่านด้วยใจศรัทธาต่างมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นตามคำเล่าลือ จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ และหนึ่งในพระพิมพ์ที่หายากและทรงคุณค่าที่สุดของท่านคือ พระแหวกม่าน พิมพ์อกใหญ่ พระเนื้อผงที่นักสะสมต่างเสาะแสวงหาแต่แทบจะนับองค์ที่หมุนเวียนในวงการได้

บทความนี้จะพาไปรู้จักที่มา พิธีกรรม และมวลสารอันพิสดารที่ใช้สร้างพระพิมพ์นี้อย่างละเอียด
จากเกจิท้องถิ่นสู่ตำนานทั่วประเทศ
ในอดีตวัตถุมงคลของหลวงพ่อกวยยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในส่วนกลางของประเทศ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผู้ศรัทธาบอกเล่าต่อกันมาเรื่อยๆ คำลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ในเวลาไม่นานนักวัตถุมงคลของท่านกลายเป็นที่นิยมเสาะแสวงหา มีราคาค่าสะสมสูง และเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน
พระแหวกม่าน พิมพ์อกใหญ่ ของหายากที่นับองค์ได้
พระแหวกม่าน พิมพ์อกใหญ่ ถือเป็นพระพิมพ์สำคัญที่หายากอีกพิมพ์หนึ่งของหลวงพ่อกวย คาดว่าจำนวนการสร้างทั้งหมดไม่น่าจะเกินหลักร้อยองค์ ด้วยจำนวนที่มีน้อยและหมุนเวียนอยู่ในวงการมาอย่างยาวนาน ทำให้ปัจจุบันแทบจะนับองค์ที่ยังพบเห็นได้ หากไม่นับพระแหวกม่านพิมพ์ทรงเจดีย์ซึ่งหายากยิ่งกว่า แทบจะเป็นตำนานเพราะพระหมุนเวียนในวงการน้อยมาก ราคาเช่าหาในปัจจุบันจึงพุ่งสูงเกือบครึ่งล้านบาท พระแหวกม่านพิมพ์อกใหญ่นี้จึงถือเป็นที่สุดของพระพิมพ์แหวกม่านรองลงมาจากพิมพ์ทรงเจดีย์เท่านั้น

พิมพ์ฐานหยิก ของหายากซ้อนของหายาก
ในบรรดาพระแหวกม่านพิมพ์อกใหญ่ที่สร้างจากแม่พิมพ์เดียวกันทั้งหมด บางองค์เมื่อแกะออกจากแม่พิมพ์จะปรากฏรอยเลื่อนบริเวณฐาน คล้ายรอยขยับเขยื้อน นักสะสมจึงเรียกพระลักษณะนี้ว่าพิมพ์ฐานหยิก แม้จะสร้างขึ้นในคราวเดียวกันกับพิมพ์อกใหญ่ทั่วไป แต่ด้วยลักษณะพิเศษที่พบได้ไม่บ่อยนี้เอง ทำให้พระที่มีรอยฐานหยิกมักได้รับการประเมินราคาสูงกว่าพระพิมพ์ปกติ

ปีที่สร้างและเจตนาการสร้าง
พระแหวกม่านพิมพ์อกใหญ่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2500 ช่วงกึ่งพุทธกาล หลวงพ่อกวยเป็นพระผู้คงแก่เรียน ตำราวิชาที่ท่านศึกษามาจากครูบาอาจารย์หลายสำนักมีจำนวนมาก จนภายหลังท่านมรณภาพ ศิษย์พบตำหรับตำราวิชาการต่างๆ ของท่านเก็บรวบรวมไว้เป็นหีบเลยทีเดียว

ด้วยความรอบคอบและมองการณ์ไกล ประกอบกับเมตตาจิตที่มีต่อศิษย์ดุจลูกหลาน หลวงพ่อกวยเห็นว่าในอดีตพื้นที่แถบสรรคบุรี ดงคอน สามเอก และวัดนก เคยเป็นแหล่งชุมโจรและนักเลง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยากจนหาเช้ากินค่ำ วัดของท่านเองก็ยากจนไม่แพ้กัน ท่านจึงตั้งใจสร้างพระแหวกม่านขึ้นเพื่อสงเคราะห์ศิษย์และผู้นับถือให้มีกินมีใช้ ไม่อดอยากยากแค้น ตั้งตัวได้ตามที่ระบุไว้ในตำราโบราณที่ท่านได้รับสืบทอดมา นับเป็นปฐมเหตุของการสร้างพระพิมพ์นี้
พิธีเรียกขนพญาการเวก มวลสารเริ่มต้นอันพิสดาร
ตามที่เล่าสืบต่อกันมา หลวงพ่อกวยตั้งใจสรรหามวลสารตามตำราอย่างพิถีพิถัน โดยนำตำราการสร้างพระสมเด็จแบบของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) มาประยุกต์เข้ากับวิชาที่ท่านร่ำเรียนมา เริ่มจากให้ศิษย์ที่ชำนาญป่าและมีวิชาอาคมติดตัวออกเดินทางเข้าป่าลึกไปด้วยกัน เมื่อถึงจุดที่เหมาะสมตามตำรา ท่านจะทำพิธีบวงสรวงป่าและอัญเชิญครูบาอาจารย์ จากนั้นนำผ้าขาวมาเสกด้วยคาถาแล้วให้ศิษย์โยนขึ้นฟ้า สังเกตจุดที่ผ้าลอยตกลงมาเพื่อกำหนดตำแหน่งสร้างหอพิธีบนต้นไม้
เมื่อสร้างหอพิธีเสร็จ ท่านจะรอเวลาเช้าตรู่ให้ศิษย์นำขันสำริดใส่น้ำขึ้นไปตั้งบนหอ แล้วเข้าที่ภาวนาด้วยคาถาหัวใจพญาการเวก เพื่อเรียกพญานกการเวกในตำนานให้มาเล่นน้ำในขัน ท่านถือเคล็ดภาวนาเฉพาะช่วงพระอาทิตย์กำลังขึ้นเท่านั้น และเปลี่ยนน้ำในขันทุกวันจนกว่าจะพบขนนกตกอยู่ในขัน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญญาณว่าพญาการเวกได้มาเยือนแล้ว ท่านจึงเก็บขนและน้ำนั้นกลับมาเป็นมวลสารตั้งต้นสำคัญของพิธี
มวลสารศักดิ์สิทธิ์นับสิบชนิด
นอกจากขนนกการเวกซึ่งเชื่อกันว่าเป็นมหานิยมอย่างสูงแล้ว หลวงพ่อกวยยังนำมวลสารอื่นๆ มาผสมรวมอีกนับสิบชนิดตามตำราโบราณ อาทิ เม็ดมะก่ำขาวสำหรับกันคุณไสย ไม้คันทรงที่ใช้ตีกลองเพลเพื่อความมีเสน่ห์เรียกคน ไม้มงคลเก้าชนิดนำมาป่นเป็นผง แร่อุกกาบาตและก้อนหินขวานฟ้าสำหรับกันอาถรรพ์ ดอกไม้มงคลและเกสรบัวสำหรับความเป็นสิริมงคล ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงมหาราช และผงพุทธคุณตามตำราดั้งเดิม รวมถึงไคลจากโบราณสถานอย่างไคลโบสถ์และไคลเจดีย์

ที่น่าสนใจคือมวลสารบางชนิดยังสะท้อนภูมิปัญญาเชิงสัญลักษณ์อย่างลึกซึ้ง เช่น ไม้คานของแม่หม้ายที่หักจากการหาบของขายเลี้ยงลูกจนไม้คานหัก ซึ่งเชื่อว่าดีทางทำมาหากินและความเมตตา หรือน้ำมันหอมที่ต้องซื้อจากแม่ค้าที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น เงิน ทอง สำรวย โดยห้ามต่อราคาเด็ดขาด นอกจากนี้ตำราโบราณที่ท่านศึกษายังระบุให้ใช้ดีของสัตว์มงคลบางชนิดผสมด้วย ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาแบบโบราณที่บันทึกไว้ในตำราของครูบาอาจารย์ยุคนั้น สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการรวบรวมมวลสารที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะครบตามตำรา
พุทธคุณตามความเชื่อ
พระแหวกม่านพิมพ์อกใหญ่ได้รับความเชื่อว่ามีพุทธคุณครอบคลุมด้านเมตตามหานิยม ช่วยพลิกดวงชะตาและเกื้อหนุนโชคชะตาให้ดีขึ้น ป้องกันอันตรายและนิรันตราย ตลอดจนเสริมความเจริญทางโภคทรัพย์ ที่น่าสนใจคือมีการบันทึกไว้ในเว็บไซต์ของทางวัดโฆสิตารามเองว่า หลวงพ่อกวยเคยกล่าวถึงพระพิมพ์นี้ว่าสามารถช่วยตัดกรรมเก่าได้ แม้จะเป็นความเชื่อที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้ศึกษาธรรมะว่ากรรมเก่าสามารถตัดขาดได้จริงหรือไม่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันลึกซึ้งที่ศิษยานุศิษย์มีต่อพระพิมพ์นี้มาโดยตลอด
พระแหวกม่าน พิมพ์อกใหญ่ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท จึงไม่ได้เป็นเพียงพระเครื่องหายากที่มีมูลค่าทางการสะสมสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความรู้ ความตั้งใจ และเมตตาจิตของหลวงพ่อกวยที่มีต่อศิษย์และชาวบ้านในยุคที่ผู้คนแถบนั้นยังยากจนได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานพระเครื่องที่นักสะสมทั่วประเทศยังคงเสาะแสวงหามาจนถึงทุกวันนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ที่มาเรื่องต้นฉบับและภาพ: หนุ่มเมืองแกลง, ภาพโดยนะโมพุทธายะ, ทักษิณเทวราช และเว็บวัดโฆสิตาราม
- ประวัติพระพิมพ์และพิมพ์ฐานหยิก: [song-pra.com]
- ความเชื่อเรื่องการตัดกรรมของพระพิมพ์นี้: [luangporguay.com]
- ประวัติวัดโฆสิตารามและหลวงพ่อกวย: [luangporguay.com]



