ประวัติหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นครูสอนวิชาอาคมให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมตำนานหัวปลาแปลงร่างและวัตถุมงคลอันลือชื่อ
ริมคลองมะขามเฒ่าที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีวัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นวัดร้าง ก่อนจะกลายเป็นสถานที่ที่เจ้านายชั้นสูงของราชวงศ์จักรีเดินทางมากราบไหว้เป็นประจำทุกปี ผู้ที่ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศคือ "หลวงปู่ศุข" พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นทั้งครูสอนธรรมและครูสอนวิชาอาคมให้กับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย เรื่องราวชีวิตของท่านเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ผสมผสานระหว่างศรัทธา ปาฏิหาริย์ และมิตรภาพระหว่างพระกับเจ้านาย จนกลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาเกินร้อยปี
กำเนิดในหมู่บ้านมะขามเฒ่า
หลวงปู่ศุขถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2390 ที่หมู่บ้านมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท บิดามารดาชื่อนายนวมและนางทองดี ท่านมีชื่อเดิมว่า ศุข เกษเวช เมื่ออายุได้ราว 10 ขวบ ลุงของท่านได้พาเข้ากรุงเทพฯ ไปอาศัยอยู่แถบคลองบางเสน ทำให้เด็กชายศุขได้ซึมซับทั้งวิถีชีวิตชนบทริมน้ำและวิถีชีวิตในเมืองหลวงตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้ท่านเป็นคนที่เข้าใจผู้คนหลากหลายระดับในเวลาต่อมา

เส้นทางสู่ร่มกาสาวพัสตร์
เมื่ออายุ 25 ปี ศุขได้เข้าอุปสมบทที่วัดโพธิ์บางเกลือ โดยมีพระอาจารย์เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทให้ หลังบวชแล้วท่านมิได้หยุดอยู่กับที่ แต่ออกธุดงค์ไปตามสำนักวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เพื่อฝึกฝนทั้งด้านพระธรรมวินัยและวิชาความรู้ต่าง ๆ ตามแบบพระนักปฏิบัติในยุคนั้น ประสบการณ์จากการเดินธุดงค์นี้เองที่ทำให้ท่านสั่งสมทั้งความรู้ทางธรรมและวิทยาคมจนแตกฉาน
การกลับสู่บ้านเกิดและการบูรณะวัดร้าง
หลังจากศึกษาและปฏิบัติธรรมมาระยะหนึ่ง หลวงปู่ศุขได้เดินทางกลับสู่ถิ่นกำเนิด และพบว่าวัดเก่าแก่ชื่อ "วัดอู่ทอง" ในละแวกบ้านตกอยู่ในสภาพร้าง ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ท่านจึงตัดสินใจปักหลักบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างศรัทธาในตัวท่านและร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาวัดจนมีเสนาสนะครบถ้วน กลายเป็น "วัดปากคลองมะขามเฒ่า" ที่รู้จักกันในปัจจุบัน ท่านปกครองวัดด้วยความเมตตา เน้นสอนศีลธรรมและความประพฤติที่ดีงามแก่ลูกศิษย์ลูกหาอย่างสม่ำเสมอ
ตำนานหัวปลาแปลงร่างและจุดเริ่มต้นความผูกพันกับกรมหลวงชุมพรฯ
ชื่อเสียงของหลวงปู่ศุขในฐานะพระผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาคมเริ่มเป็นที่กล่าวขานไปไกล จนวันหนึ่งเมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เสด็จโดยเรือผ่านมาทางคลองมะขามเฒ่า พระองค์ได้แวะที่วัดแห่งนี้และได้พบเห็นสิ่งที่ดูราวกับปาฏิหาริย์ นั่นคือการที่หลวงปู่ศุขนำหัวปลามาแปลงร่างให้กลายเป็นกระต่ายต่อหน้าต่อตา เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้กับกรมหลวงชุมพรฯ อย่างมาก จนพระองค์ตัดสินใจฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุขนับแต่นั้นมา
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมิได้เป็นเพียงครูกับศิษย์ธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า "กัลยาณมิตร" อย่างแท้จริง ทั้งคู่ต่างมีความมุ่งมั่นใฝ่หาความรู้และมีจิตใจที่ตรงกัน กรมหลวงชุมพรฯ เสด็จมาเยี่ยมวัดปากคลองมะขามเฒ่าเป็นประจำทุกปี และได้ทรงร่วมวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังไว้ในพระอุโบสถของวัดตั้งแต่ราว พ.ศ. 2433 ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้พระองค์ยังจัดที่ประทับให้หลวงปู่ศุขได้พำนักเมื่อคราวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และยังฝากพระโอรสถึงสามพระองค์ให้หลวงปู่ศุขเป็นผู้บวชให้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้ง

วัตถุมงคลและตะกรุดอันลือชื่อของหลวงปู่ศุข
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิทยาคมและความศรัทธาที่กรมหลวงชุมพรฯ มีต่อท่าน ทำให้วัตถุมงคลที่หลวงปู่ศุขสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตะกรุดหรือเครื่องรางชนิดต่าง ๆ ได้รับความนิยมและเป็นที่แสวงหาของนักสะสมพระเครื่องมาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนเชื่อกันว่าวัตถุมงคลของท่านเปี่ยมด้วยพุทธคุณด้านแคล้วคลาดและคุ้มครองภยันตราย โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่องเล่าว่ากรมหลวงชุมพรฯ เองก็ทรงพกพาวัตถุมงคลของหลวงปู่ศุขติดตัวยามออกเรือรบ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมาจนถึงปัจจุบัน
บั้นปลายชีวิตและมรดกที่ยังคงอยู่
หลวงปู่ศุขมรณภาพลงในเดือนมกราคม พ.ศ. 2466 สิริอายุได้ 76 ปี เป็นที่น่าสังเกตว่าปีเดียวกันนั้นเองที่กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ก็สิ้นพระชนม์เช่นกัน เล่ากันว่าหลวงปู่ศุขโศกเศร้าอาลัยศิษย์รักเป็นอย่างมากก่อนจะละสังขารตามไปในเวลาไม่นาน ความผูกพันฉันครูศิษย์ที่ดำเนินมาตลอดชีวิตจึงสิ้นสุดลงพร้อมกันอย่างน่าประทับใจ

แม้เวลาจะผ่านไปกว่าร้อยปี แต่ศรัทธาที่ผู้คนมีต่อหลวงปู่ศุขก็ไม่เคยจางหาย วัดปากคลองมะขามเฒ่าในตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ยังคงเป็นสถานที่แสวงบุญที่มีผู้เดินทางไปกราบสักการะรูปหุ่นขี้ผึ้งจำลองของท่าน ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีพระหัตถ์ของกรมหลวงชุมพรฯ และเยี่ยมชมพระอุโบสถเก่าแก่ที่ยังคงความงดงามไว้อย่างครบถ้วน เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
เรื่องราวของหลวงปู่ศุขจึงไม่ใช่เพียงประวัติของพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความศรัทธา ความกตัญญูรู้คุณ และมิตรภาพอันบริสุทธิ์ระหว่างครูกับศิษย์ ที่ยังคงส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้คนรุ่นหลังมาจนถึงทุกวันนี้ หากมีโอกาสผ่านไปทางจังหวัดชัยนาท ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าเหตุใดสถานที่แห่งนี้จึงยังคงเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน









