ในวงการพระเครื่องไทย มีพระเกจิอาจารย์เพียงไม่กี่รูปที่สร้างวัตถุมงคลออกมาแล้วสามารถ "เลือกให้ตรงอาชีพ" ผู้บูชาได้ อยากค้าขายรุ่ง อยากมีอำนาจบารมี อยากแคล้วคลาดปลอดภัย แต่ละอาชีพมีพิมพ์ให้เลือกต่างกันไป นี่คือแนวคิดที่ล้ำสมัยของ "หลวงพ่อปาน โสนันโท" แห่งวัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของตำนานพระเครื่องพิมพ์ขี่สัตว์ 6 อย่างอันลือลั่น และเป็นหนึ่งใน "สามเสือแห่งกรุงเก่า" ที่ชื่อเสียงยังก้องอยู่ในวงการพระเครื่องมาจนถึงทุกวันนี้
กำเนิดที่บางนมโค เด็กชาวนาผู้ใฝ่ธรรม
หลวงพ่อปานมีนามเดิมว่า ปาน สุทธาวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2418 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดาชื่ออาจ มารดาชื่ออิ่ม ครอบครัวประกอบอาชีพทำนาเช่นเดียวกับชาวบ้านทั่วไปในย่านนั้น ชีวิตวัยเด็กของท่านจึงผูกพันอยู่กับท้องทุ่งและสายน้ำมาโดยตลอด ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะพลิกผันเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อเติบใหญ่

อุปสมบทและการฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์หลายสำนัก
เมื่ออายุครบ 21 ปี หลวงพ่อปานเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดบางนมโค บ้านเกิดของท่านเอง จากนั้นท่านมิได้หยุดอยู่กับที่ แต่มุ่งมั่นออกแสวงหาความรู้จากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณหลายท่าน โดยเฉพาะหลวงพ่อสุ่นแห่งวัดบางปลาหมอ ผู้ถ่ายทอดทั้งวิชาวิปัสสนากรรมฐานและตำราแพทย์แผนโบราณให้ รวมถึงหลวงพ่อเนียมแห่งวัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้เป็นครูด้านกรรมฐานอีกท่านหนึ่ง ท่านยังศึกษาพระปริยัติธรรมและภาษาบาลีอย่างจริงจัง จนสามารถสวดพระปาฏิโมกข์ได้อย่างคล่องแคล่ว ความรอบรู้ที่สั่งสมมาจากหลายสำนักนี้เองที่หล่อหลอมให้หลวงพ่อปานกลายเป็นพระเถระที่ครบเครื่องทั้งด้านธรรมะและวิทยาคม

เจ้าอาวาสนักพัฒนา ผู้สร้างและบูรณะวัดกว่า 40 แห่ง
หลวงพ่อปานได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโครูปที่สาม และแสดงบทบาทของนักพัฒนาอย่างจริงจังตลอดชีวิตสมณเพศ ท่านริเริ่มสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามไปมากกว่า 40 แห่งในย่านลุ่มน้ำน้อยและใกล้เคียง ทั้งยังจัดตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมให้พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ท่านยังมีชื่อเสียงในฐานะนักเทศน์ฝีปากกล้า เทศนาด้วยเหตุผลที่แจ่มแจ้งและยกตัวอย่างเรื่องกรรมให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย จนชาวบ้านในย่านบางนมโคและใกล้เคียงต่างนับถือศรัทธาเป็นอย่างสูง

ตะกรุด ยันต์ และฉายา "พระหมอ" ผู้เยียวยาชาวบ้าน
นอกเหนือจากงานด้านการพัฒนาและการเทศนาแล้ว หลวงพ่อปานยังเป็นที่รู้จักในฉายา "พระหมอ" เนื่องจากท่านนำความรู้ด้านแพทย์แผนโบราณที่ร่ำเรียนมาช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ชาวบ้านในละแวกวัดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปรุงยาสมุนไพรหรือการรักษาด้วยน้ำมนต์ ควบคู่ไปกับการสอนวิชาคาถาอาคมและการสวดมนต์ภาวนาให้ลูกศิษย์ลูกหาที่มาฝากตัว ความเมตตาและความเอาใจใส่ต่อทุกข์สุขของชาวบ้านนี้เองที่ทำให้ชื่อของท่านเป็นที่เคารพรักในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงในฐานะพระเกจิผู้เรืองวิทยาคมเท่านั้น

ตำนานพระเครื่องขี่สัตว์ 6 อย่าง หนึ่งเดียวที่เลือกได้ตามอาชีพ
จุดที่ทำให้ชื่อของหลวงพ่อปานเป็นตำนานอมตะในวงการพระเครื่องคือ "พระเครื่องพิมพ์ขี่สัตว์ 6 อย่าง" ซึ่งท่านเริ่มสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2450 และเป็นที่นิยมแพร่หลายมากในช่วงปี พ.ศ. 2460 เป็นพระพิมพ์ที่แสดงภาพองค์พระประทับอยู่บนหลังสัตว์มงคล 6 ชนิด แต่ละชนิดมีความหมายและสรรพคุณต่างกันไปตามความเชื่อ ได้แก่ ไก่ สื่อถึงการค้าขายรุ่งเรืองและเมตตามหานิยม ครุฑ สื่อถึงอำนาจบารมีและยศถาบรรดาศักดิ์ หนุมาน สื่อถึงการปกครองบังคับบัญชาและความแคล้วคลาดจากภยันตราย เม่น สื่อถึงความมั่งคั่งทางการเกษตรและที่ดิน ปลา สื่อถึงความราบรื่นในการค้าขายทางน้ำ และนก สื่อถึงการสื่อสาร ศิลปวิทยา และการเดินทางไกล ความพิเศษของพระชุดนี้คือผู้บูชาสามารถเลือกพิมพ์ให้สอดคล้องกับอาชีพหรือความปรารถนาของตนเองได้โดยตรง ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัยและยังคงเป็นที่แสวงหาของนักสะสมพระเครื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ลูกศิษย์ผู้สืบทอดตำนาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
หนึ่งในลูกศิษย์คนสำคัญที่สุดของหลวงพ่อปานคือ พระมหาวีระ ถาวโร หรือที่รู้จักกันในนาม "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ผู้เป็นทั้งศิษย์เอกและผู้บันทึกประวัติของหลวงพ่อปานไว้อย่างละเอียด ทำให้เรื่องราวชีวิตและคำสอนของหลวงพ่อปานยังคงได้รับการถ่ายทอดสืบต่อมาจนถึงคนรุ่นหลัง แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานนับศตวรรษก็ตาม ความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์คู่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวงการพระกรรมฐานไทย


บั้นปลายชีวิตและคำสอนสุดท้าย
หลวงพ่อปานมรณภาพลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 สิริอายุ 63 ปี พรรษา 42 ก่อนละสังขาร ท่านได้ฝากคำสอนสำคัญไว้กับลูกศิษย์ลูกหา โดยเน้นย้ำเพียงสองข้อหลักคือให้ละเว้นจากการดื่มสุราและการลักขโมย อันเป็นรากฐานง่ายๆ แต่ทรงพลังของการครองตนเป็นคนดี แม้ท่านจะจากไปแล้วกว่าศตวรรษ แต่ตำนานพระเครื่องขี่สัตว์ 6 อย่างและคุณูปการด้านการพัฒนาวัดวาอารามของหลวงพ่อปานก็ยังคงเป็นที่กล่าวขานในหมู่นักสะสมพระเครื่องและผู้ศรัทธาทั่วประเทศ วัดบางนมโคในวันนี้จึงยังคงเป็นสถานที่ที่ลูกศิษย์ลูกหาแวะเวียนไปกราบสักการะรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านอยู่เสมอ

แหล่งอ้างอิง
- พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) - วิกิพีเดีย
- หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค พระนครศรีอยุธยา - ข่าวสด
- พระเครื่อง พิมพ์ขี่ 6 สัตว์ ของ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา เข้มขลังพุทธคุณ - คมชัดลึก
- เปิดประวัติ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อาจารย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ - T-News
- ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค - เว็บศูนย์พุทธศรัทธา




