ประวัติหลวงปู่กลิ่น จันทรังสี วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี พระเกจิผู้วางรากฐานสายพุทธาคมสามชั่วอาจารย์
ในสายตระกูลพุทธาคมของวัดสะพานสูง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หากหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม คือผู้ก่อร่างสร้างสำนักตั้งแต่ต้น หลวงปู่กลิ่น จันทรังสี วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี ก็คือทายาทผู้รับช่วงและสืบทอดวิชาความรู้จนกลายเป็นตำนานที่ส่งต่อมาถึงหลวงพ่อทองสุขในเวลาต่อมา ท่านเป็นทั้งพระนักปกครองผู้มักน้อยสันโดษ ปราชญ์ด้านเวชกรรม และผู้ชำนาญคาถาอาคมที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างกว้างขวาง

บทความนี้จะพาไปย้อนรอยชีวิตของหลวงปู่กลิ่น ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงวาระสุดท้าย
ชาติกำเนิดและปฐมวัย
หลวงปู่กลิ่นมีนามเดิมว่า กลิ่น เกิดเมื่อวันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2408 โยมบิดาชื่อนายเปลี่ยน โยมมารดาชื่อนางอิ่ม จันทร์เปลี่ยน ท่านเป็นบุตรชายคนโต มีน้องสาวอีกหนึ่งคน ครอบครัวมีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ตำบลบางแพรก อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

เมื่ออายุได้ 11 ปี ท่านได้เข้าศึกษาอักษรวิธีภาษาไทยที่วัดท้ายเมือง ตำบลตลาดขวัญ จังหวัดนนทบุรี นับเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาที่จะพาท่านก้าวสู่เส้นทางธรรมในเวลาต่อมา
บรรพชาและศึกษาอักษรขอม-บาลี
เมื่ออายุได้ 17 ปี หลวงปู่กลิ่นได้เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณร และศึกษาอักษรขอมและภาษาบาลีในสำนักของอาจารย์อิน วัดหงส์รัตนาราม จังหวัดธนบุรี อย่างจริงจัง จนกระทั่งอายุได้ 19 ปี โยมมารดาของท่านถึงแก่กรรม ท่านจึงลาเพศบรรพชาเพื่อกลับมาอยู่บ้านเดิม

ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่เอี่ยมและอุปสมบท
ในปี พ.ศ. 2426 หลวงปู่กลิ่นได้ย้ายไปอยู่กับอาจารย์เอี่ยม วัดสะพานสูง ตำบลบ้านแหลมใหญ่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในฐานะศิษย์ ก่อนจะเข้าพิธีอุปสมบทในปี พ.ศ. 2428 ขณะอายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดสะพานสูง โดยมีอาจารย์เอี่ยมเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์รุ่ง วัดท้องคุ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์น้อย วัดสัลเลข เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า จันทรังสี
หลังอุปสมบท ท่านพำนักอยู่ที่วัดสะพานสูงตลอดมา มุ่งเน้นศึกษาทางวิปัสสนาธุระเป็นหลัก พร้อมทั้งได้ศึกษาวิชาเวชศาสตร์จากอาจารย์เอี่ยมอย่างเข้มข้น จนกระทั่งอาจารย์เอี่ยมมรณภาพลง การศึกษาด้านเวชศาสตร์ของท่านจึงค่อยๆ เบาบางลงตามลำดับ
เจ้าอาวาสผู้มักน้อยและพัฒนาวัดด้วยสันติวิธี
ในปี พ.ศ. 2438 หลวงปู่กลิ่นได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสะพานสูง ด้วยความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ทั้งจากฝ่ายประชาชนและคณะสงฆ์ โดยมีพระปรีชาเฉลิม (แก้ว) วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้อนุมัติ
เมื่อดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว หลวงปู่กลิ่นแสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยมักน้อย ไม่แสวงหาหรือสะสมสิ่งที่ไม่จำเป็น ถือสันโดษเป็นหลัก ท่านวางระเบียบการปกครองวัดอย่างเรียบร้อยโดยยึดสันติวิธีเป็นแนวทาง เน้นหนักไปทางข้อวัตรปฏิบัติและการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ทำให้วัดสะพานสูงเจริญขึ้นตามลำดับนับแต่นั้นมา

นอกจากนี้ท่านยังให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งจัดหาครูมาสอน จัดเตรียมสถานที่เรียน และรวบรวมตำราหนังสือไว้จำนวนมาก เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้รับการศึกษาอย่างสะดวก สะท้อนวิสัยทัศน์ของพระนักพัฒนาที่มองการณ์ไกล
ปราชญ์แห่งเวชกรรมและคาถาอาคม
หลวงปู่กลิ่นเป็นผู้ชำนาญด้านเวชกรรมเป็นพิเศษ ท่านได้รวบรวมและจัดพิมพ์ตำรับยาที่เคยใช้รักษาผู้คนไว้ ช่วยให้ศิษย์และบุคคลทั่วไปที่เจ็บป่วยหายจากโรคภัยได้จำนวนมาก ในด้านคาถาอาคม ท่านมีความเชี่ยวชาญเรื่องการปลุกเสกเลขยันต์จนเป็นที่ประจักษ์แก่ศิษย์ในความศักดิ์สิทธิ์ และเคยได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีปลุกเสกของทางราชการหลายครั้ง เช่น พิธีปลุกเสกแหวนมงคลเก้าและเสมารูปสมเด็จพระสังฆราช นอกจากนี้ท่านยังชำนาญด้านโหราศาสตร์อีกด้วย ด้วยความรู้และคุณธรรมรอบด้านเช่นนี้ ทำให้หลวงปู่กลิ่นเป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์อย่างยิ่ง
ลำดับสมณศักดิ์และหน้าที่ทางคณะสงฆ์
หลวงปู่กลิ่นได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์เพิ่มขึ้นตามลำดับ เริ่มจากปี พ.ศ. 2447 ได้รับตำแหน่งเจ้าคณะหมวดตำบลบางแพรก ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2467 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภณศาสนกิจ ปี พ.ศ. 2479 ได้รับตำแหน่งกรรมการศึกษาประจำอำเภอปากเกร็ด ปี พ.ศ. 2482 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ และในปี พ.ศ. 2487 ได้รับตำแหน่งกรรมการสงฆ์อำเภอ ฝ่ายองค์การสาธารณูปการ
วัตถุมงคลอันเป็นตำนาน
ตลอดชีวิตสมณเพศ หลวงปู่กลิ่นได้ปลุกเสกวัตถุมงคลไว้หลายชนิด ทั้งตะกรุดบารมีสิบทัศน์ ตะกรุดมหาโสฬส ตะกรุดเทพรักษา ตะกรุดยันต์ตรี ตะกรุดชุดสามดอก และพระปิดตา ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมและเสาะแสวงหาของนักสะสมมาจนถึงปัจจุบัน วิชาการสร้างวัตถุมงคลเหล่านี้เองที่ท่านได้ถ่ายทอดต่อให้แก่หลวงพ่อทองสุข อินทสาโร ศิษย์เอกผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา ทำให้สายพุทธาคมของวัดสะพานสูงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องถึงสามชั่วอาจารย์

วาระสุดท้าย
เมื่อย่างเข้าปี พ.ศ. 2490 ขณะอายุ 82 ปี หลวงปู่กลิ่นเริ่มมีอาการป่วยเล็กน้อยตามวัยชรา แต่ยังเดินทางไปมาได้เป็นปกติ กระทั่งวันที่ 6 มกราคม ปีเดียวกัน เวลาประมาณตี 4 ท่านเกิดอาการหน้ามืดและปวดเสียดท้อง เมื่อฉันยาแล้วอาการทุเลาลง แต่ในวันรุ่งขึ้นอาการกลับกำเริบอีกครั้ง และทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับในวันที่ 8 มกราคม แพทย์วินิจฉัยว่ากระเพาะอาหารและลำไส้หยุดทำงาน กระทั่งเวลา 19.00 น. ไตก็หยุดทำงานตามไปด้วย จนถึงเวลา 1.10 น. ของคืนนั้น หลวงปู่กลิ่นจึงมรณภาพลงท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์ สิริรวมอายุได้ 82 ปี พรรษากาลประมาณ 61 พรรษา

หลวงปู่กลิ่น จันทรังสี วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี จึงไม่ได้เป็นเพียงเจ้าอาวาสผู้พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาจากหลวงปู่เอี่ยมสู่หลวงพ่อทองสุข วางรากฐานให้วัดสะพานสูงกลายเป็นสำนักพุทธาคมที่มีชื่อเสียงสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ที่มาเรื่องต้นฉบับ: เว็บพลังจิต
- ประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [web-pra.com], [108prageji.com]
- วัตถุมงคลและทำเนียบรุ่น: [web-pra.com]
- สายตระกูลพุทธาคมวัดสะพานสูงที่ส่งต่อถึงหลวงพ่อทองสุข: [silpa-mag.com]



