ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

เกจิอาจารย์

หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ: พระผู้ยืนบริกรรมคาถาหน้าห่าลูกระเบิด

โดย กฤศ รักษ์พระ31 สิงหาคม 2569อ่าน 1

เครื่องรางปลัดขิกหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ


ลองนึกภาพชายชราในผ้าเหลืองยืนนิ่งกลางลานวัด โบกผ้าไตรไปมาพร้อมบริกรรมคาถา ขณะที่เครื่องบินข้าศึกกำลังทิ้งระเบิดถล่มฐานทัพเรือที่อยู่ใกล้ๆ แล้วจู่ๆ ลูกระเบิดทุกลูกก็ดันเบี่ยงวิถีตกลงกลางทะเลจนหมด ไม่มีระเบิดลูกใดตกโดนหมู่บ้านหรือฐานทัพเลยแม้แต่ลูกเดียว นี่คือตำนานที่ชาวสัตหีบเล่าขานกันมาจนถึงทุกวันนี้เกี่ยวกับ "หลวงพ่ออี๋" แห่งวัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หนึ่งในสี่พระเกจิอาจารย์สายคงกระพันชาตรีที่โด่งดังที่สุดของเมืองไทยในนาม "จาด จง คง อี๋"

กำเนิดที่ตำบลสัตหีบ ชลบุรี

หลวงพ่ออี๋มีนามเดิมว่า อี๋ ทองขำ เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2408 ที่ตำบลสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในยุคที่พื้นที่แถบนี้ยังเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมทะเลตะวันออก ยังไม่มีฐานทัพเรือหรือความเจริญอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ท่านเติบโตมาท่ามกลางวิถีชีวิตชายฝั่งทะเลที่ผูกพันกับการประมงและธรรมชาติโดยรอบ


อุปสมบทและการบ่มเพาะวิชาความรู้

เมื่ออายุได้ 25 ปี หลวงพ่ออี๋เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดอ่างศิลานอก ได้รับฉายาว่า "พุทธสโร" อันมีความหมายว่าผู้ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า หลังบวชแล้วท่านศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเข้มข้นกับพระอุปัชฌาย์นานถึง 6 ปีที่วัดเสม็ด ก่อนจะออกแสวงหาความรู้เพิ่มเติมด้านวิปัสสนากรรมฐาน และธุดงค์จาริกไปตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อฝึกฝนจิตใจและสั่งสมวิทยาคม ประสบการณ์จากการเดินธุดงค์นี้เองที่หล่อหลอมให้ท่านกลายเป็นพระผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านคาถาอาคมและภูมิปัญญาพื้นบ้าน

ผู้ก่อตั้งวัดสัตหีบและโรงเรียนแห่งแรกของท้องถิ่น

ปี พ.ศ. 2485 บิดามารดาของหลวงพ่ออี๋ได้ถวายที่ดินผืนหนึ่งเพื่อสร้างเป็นวัดสัตหีบ ซึ่งท่านได้ทุ่มเทพัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ด้านศาสนาเท่านั้น ท่านยังมีวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา โดยริเริ่มก่อตั้ง "โรงเรียนบึงเซ่งเสรษฐทรัพย์" ซึ่งภายหลังพัฒนาเป็นโรงเรียนวัดสัตหีบ นับเป็นสถานศึกษาถาวรแห่งแรกของพื้นที่แถบนี้ สะท้อนให้เห็นว่าหลวงพ่ออี๋มิได้เป็นเพียงพระเกจิผู้เรืองวิทยาคมเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำชุมชนที่มองการณ์ไกลอีกด้วย


ตำนานคาถาป้องกันระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2

เหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อของหลวงพ่ออี๋เป็นตำนานเล่าขานไปทั่วภาคตะวันออกเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อฐานทัพเรือสัตหีบตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตร ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมาว่า ขณะเครื่องบินทิ้งระเบิดกำลังบินเข้าโจมตี หลวงพ่ออี๋ได้ยกผ้าไตรจีวรโบกไปมาพร้อมยืนบริกรรมพระคาถาอย่างตั้งมั่น ผลปรากฏว่าลูกระเบิดที่ทิ้งลงมากลับเบี่ยงเบนวิถีตกลงกลางทะเลจนหมดสิ้น ไม่มีลูกใดสร้างความเสียหายให้ฐานทัพหรือบ้านเรือนราษฎรแม้แต่น้อย เรื่องเล่านี้กลายเป็นที่มาของศรัทธาอันแรงกล้าที่ชาวสัตหีบและทหารเรือมีต่อท่านมาจนถึงปัจจุบัน

ปลัดขิกไม้กัลปังหา วัตถุมงคลคู่บารมี

วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงให้หลวงพ่ออี๋มากที่สุดคือ "ปลัดขิก" ซึ่งในสมัยของท่านนิยมแกะจากไม้กัลปังหา หรือปะการังเขากวางที่พบตามท้องทะเล อันเป็นวัสดุที่หาได้เฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งเช่นสัตหีบ ท่านได้ปลุกเสกด้วยคาถาอาคมที่สั่งสมมาตลอดชีวิตนักบวช ทำให้ปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋เป็นที่เลื่องลือในด้านความคงกระพันและแคล้วคลาด เป็นที่ต้องการอย่างสูงของนักสะสมพระเครื่องมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ท่านยังสร้างเหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2473 เนื่องในโอกาสหล่อพระประธานประจำวัดสัตหีบ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนท่านนั่งสมาธิ ปัจจุบันเป็นเหรียญที่หายากและเป็นที่ต้องการของวงการพระเครื่องอย่างมาก


หนึ่งในสี่สุดยอดเกจิอาจารย์ "จาด จง คง อี๋"

ในวงการพระเครื่องไทย ชื่อของหลวงพ่ออี๋มักถูกเอ่ยถึงควบคู่กับพระเกจิอาจารย์ร่วมยุคอีกสามรูป ภายใต้คำขวัญ "จาด จง คง อี๋" อันหมายถึงหลวงพ่อจาดแห่งวัดบางกระเบา จังหวัดปราจีนบุรี หลวงพ่อจงแห่งวัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อคงแห่งวัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม และหลวงพ่ออี๋แห่งวัดสัตหีบ ทั้งสี่ท่านล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังคู่กันในฐานะเกจิอาจารย์สายคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดของยุคนั้น วัตถุมงคลของแต่ละท่านล้วนเป็นที่แสวงหาของนักสะสมมาจนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเครือข่ายพระเกจิผู้ทรงคุณวิเศษในช่วงเวลาเดียวกันของประวัติศาสตร์ไทย


มรณภาพและมรดกที่ยังคงอยู่

หลวงพ่ออี๋มรณภาพลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2489 เวลาประมาณ 21.05 น. ขณะนั่งสมาธิตัวตรง สิริอายุ 82 ปี พรรษา 57 นับเป็นการจากไปที่สมกับชีวิตอันเปี่ยมด้วยธรรมะและวิทยาคมตลอดชีวิตสมณเพศ แม้ท่านจะละสังขารไปแล้วกว่าแปดทศวรรษ แต่วัดสัตหีบซึ่งบางคนเรียกกันติดปากว่า "วัดหลวงพ่ออี๋" ก็ยังคงเป็นสถานที่ที่ชาวบ้าน ทหารเรือ และนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปกราบสักการะรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านอยู่เสมอ ตำนานคาถาป้องกันระเบิดและปลัดขิกไม้กัลปังหาก็ยังคงเป็นเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นไม่เสื่อมคลาย

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกจิอาจารย์

หลวงปู่เริ่ม ปรโม วัดจุกกะเฌอ: ตำนานตะกรุดฟ้าลั่นแห่งศรีราชา

ประวัติหลวงปู่เริ่ม ปรโม วัดจุกกะเฌอ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พระเกจิผู้สร้างตะกรุดฟ้าลั่นอันลือชื่อ ในพิธีปลุกเสกที่มีเสียงฟ้าคำรามดังกึกก้องทั่ววัด

เกจิอาจารย์

หลวงปู่หน่าย อินทสีโล วัดบ้านแจ้ง: ศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ศุข

ประวัติหลวงปู่หน่าย อินทสีโล วัดบ้านแจ้ง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า และตำนานจิ้งจกแกะไม้อันลือชื่อ

เกจิอาจารย์

หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท

ประวัติหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นครูสอนวิชาอาคมให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมตำนานหัวปลาแปลงร่างและวัตถุมงคลอันลือชื่อ