ข้ามไปยังเนื้อหา
รักษ์พระ
เมนู

เกจิอาจารย์

ประวัติหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม

โดย นะโมพุทธายะ12 สิงหาคม 2569อ่าน 2

ตะกรุดตะกรุดสามห่วงหลวงพ่อเต๋วัดสามง่ามอาจารย์ตี๋ใหญ่ของดีต้องลองได้ตะกรุด108


ประวัติหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม เจ้าตำรับกุมารทองที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทย


ในวงการเครื่องรางของขลังไทย มีคำเปรียบเปรยที่นักสะสมรุ่นเก่าเล่าขานกันมานานว่า ลิงหลวงพ่อดิ่ง สิงห์หลวงพ่อเดิม เสือหลวงพ่อปาน หนุมานหลวงพ่อสุ่น และตุ๊กตาทองหรือกุมารทองต้องยกให้หลวงพ่อเต๋ คำเปรียบเปรยสั้นๆ นี้บอกได้ทันทีว่า หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม คือเจ้าตำรับกุมารทองที่โด่งดังและเป็นที่นิยมมากที่สุดในเมืองไทย
บทความนี้จะพาไปย้อนรอยชีวิตของหลวงพ่อเต๋อย่างละเอียด ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงตำนานวัตถุมงคลที่ยังคงเป็นที่ต้องการของนักสะสมมาจนถึงทุกวันนี้

ชาติกำเนิดที่บ้านสามง่าม


หลวงพ่อเต๋เกิดเมื่อวันจันทร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2434 ณ บ้านสามง่าม หมู่ที่ 4 โยมบิดาชื่อจันทร์ โยมมารดาชื่อบู่ นามสกุลสามงามน้อย ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 7 คน เป็นชาย 3 คนและหญิง 4 คน โดยหลวงพ่อเต๋เป็นบุตรคนที่ 5

วัยเยาว์กับหลวงลุงแดง วัดกาหลง


เมื่ออายุได้ 7 ปี หลวงลุงแดง ผู้เป็นลุงแท้ๆ ซึ่งบวชอยู่ที่วัดกาหลง จังหวัดสมุทรสาคร และเป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น ได้เดินทางมาเยี่ยมญาติที่บ้านสามง่าม เมื่อพบหลานชายจึงชักชวนให้ไปอยู่ด้วยกันที่วัดกาหลงเพื่อศึกษาหนังสือ ธรรมะ และเวทมนตร์คาถา เป็นเวลา 3 ปี จนอ่านออกเขียนได้คล่องแคล่ว จึงเดินทางกลับบ้านเกิด

ร่วมสร้างวัดสามง่ามตั้งแต่เป็นสามเณร


หลวงลุงแดงเห็นว่าบ้านสามง่ามควรมีวัดวาอารามสำหรับพระภิกษุและชาวบ้านประกอบกิจทางศาสนา จึงชักชวนหลานชายไปสร้างวัดขึ้นที่บ้านดอนตูม ห่างจากบ้านสามง่ามราว 3 กิโลเมตร เมื่อหลวงพ่อเต๋อายุได้ 15 ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กับการช่วยสร้างวัดใหม่ พร้อมทั้งได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากหลวงลุงแดงอย่างครบถ้วนไม่มีการปิดบัง เนื่องด้วยศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ

อุปสมบทและศึกษาวิชาจากหลายสำนัก


เมื่ออายุครบ 21 ปี ตรงกับปี พ.ศ. 2454 หลวงพ่อเต๋ได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูอุตตรการบดี (หลวงพ่อทา) วัดพะเนียงแตก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์เทศ วัดทุ่งผักกูด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการจอม วัดลำเหย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า คงทอง ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็น คงสุวัณโณ แต่ชาวบ้านยังคงเรียกท่านติดปากว่าคงทองมาโดยตลอด
หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก พระอุปัชฌาย์ของท่าน เป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านพุทธาคมในยุคนั้น หลวงพ่อเต๋จึงได้ศึกษาทั้งด้านธรรมะ สมถกัมมัฏฐาน และการสืบทอดพุทธาคมต่างๆ เพิ่มเติมจากท่านอีกทางหนึ่ง ไม่นานหลังจากนั้นหลวงลุงแดงก็มรณภาพลงที่วัดกาหลง ก่อนมรณภาพท่านได้ฝากฝังวัดสามง่ามให้หลวงพ่อเต๋ดูแลสืบต่อ

ธุดงค์ 17 ปี แสวงหาวิชาจากทุกสารทิศ


หลวงพ่อเต๋เริ่มออกธุดงค์ในช่วง พ.ศ. 2455-2472 รวมเวลานานถึง 17 ปี เพื่อศึกษาวิชาอาคมเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้รับจากหลวงลุงแดงและหลวงพ่อทา หลังจากหลวงพ่อทามรณภาพแล้ว ท่านได้เดินทางไปศึกษาเพิ่มเติมกับหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง และหลวงพ่อกอน วัดบ่อตะกั่ว รวมถึงพระอาจารย์อีกหลายรูปในจังหวัดพิจิตรระหว่างการธุดงค์ ที่น่าสนใจคือท่านยังได้พบและฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์ฆราวาสชาวเขมรผู้เคยเป็นอดีตแม่ทัพเขมร ณ เขาตะลุง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งหลวงพ่อเต๋ให้ความเคารพนับถือมาก จนตลอดชีวิตท่านจะทำพิธีไหว้ครูเขมรเป็นประจำมิได้ขาด

สร้างวัดสามง่ามต่อจากหลวงลุงแดงด้วยความอุตสาหะ


เมื่อกลับมาพำนักที่วัดสามง่ามได้ 3 ปี หลวงพ่อเต๋เริ่มสร้างวัดต่อจากที่หลวงลุงแดงฝากฝังไว้ ในยุคนั้นวัสดุก่อสร้างหายากยิ่ง โดยเฉพาะไม้ที่ต้องเข้าไปตัดในป่าลึก แต่ละเที่ยวใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน ท่านมักใช้ต้นไม้ใหญ่ที่ตัดแล้วเป็นที่พำนักหลับนอนกลางป่า แม้ต้องเผชิญภยันตรายทั้งเสือ ช้าง และโรคภัยไข้เจ็บนานถึง 15 ปีในการหาไม้มาก่อสร้างปฏิสังขรณ์วัด ท่านก็ไม่เคยย่อท้อ นับเป็นความอุตสาหะอันหาที่เปรียบมิได้

พระนักพัฒนาผู้เมตตาสรรพสัตว์


นอกจากงานด้านศาสนาแล้ว หลวงพ่อเต๋ยังเป็นนักพัฒนาหาตัวจับยาก ท่านสร้างสถานีอนามัย บ้านพักแพทย์และพยาบาล โรงเรียนประถมและมัธยม สถานีตำรวจ ถนนหนทาง และขุดบ่อน้ำบาดาล สร้างความเจริญให้ท้องถิ่นอย่างมาก ท่านยังเปี่ยมด้วยเมตตาต่อสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นวัว ชะนี นก สุนัข แมว หรือไก่ ก่อนฉันภัตตาหารทุกมื้อท่านจะให้อาหารสัตว์เหล่านี้ก่อนเสมอ

เจ้าอาวาสและตำแหน่งปกครองสงฆ์


ปี พ.ศ. 2475 พระเทพเจติยาจารย์ วัดเสน่หา เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้แต่งตั้งหลวงพ่อเต๋เป็นเจ้าอาวาสวัดสามง่ามอย่างเป็นทางการ และในปี พ.ศ. 2476 ท่านได้รับแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าคณะตำบล ดูแลวัดในความปกครองถึง 5 วัด คือวัดสามง่าม วัดลำลูกบัว วัดแหลมมะเกลือ วัดทุ่งสีหลง และวัดตะโกสูง

กุมารทอง เครื่องรางที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทย


วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงให้หลวงพ่อเต๋มากที่สุดคือตุ๊กตาทอง หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อกุมารทอง ตำราการสร้างสืบทอดมาจากหลวงลุงแดง โดยใช้ดินอาถรรพ์หลายชนิด เช่น ดินโป่ง 7 โป่ง ดิน 7 ป่าช้า และดินขุยปู มาปั้นเป็นรูปกุมาร เชื่อกันว่าดินเหล่านี้มีเทวดารักษาจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อปั้นเสร็จหลวงพ่อเต๋จะวางไว้ในท่านอน ก่อนทำพิธีปลุกเสกให้ลุกขึ้นเองตามตำราโบราณ กุมารทองของท่านได้รับความนิยมอย่างสูง มีเรื่องเล่าขานถึงความอัศจรรย์และโชคลาภที่ผู้บูชาได้รับสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

วัตถุมงคลอื่นๆ และพิธีใหญ่ฉลองอายุครบ 5 รอบ


นับตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงพ่อเต๋ได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลากหลายรูปแบบ ทั้งพระเนื้อดิน เนื้อผง เนื้อว่าน เหรียญรูปเหมือน พระกริ่ง รูปหล่อ เหรียญหล่อ ตะกรุดหนังเสือ ตะกรุดสามห่วง และสีผึ้ง โดยเน้นพุทธคุณมากกว่าความสวยงาม อีกหนึ่งผลงานที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กุมารทองคือพระขุนแผนอินโดจีน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเข้มขลังไม่แพ้พระขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่เลยทีเดียว
ในปี พ.ศ. 2505 หลวงพ่อเต๋ได้จัดสร้างพระเครื่องเนื้อดินพิธีใหญ่อีกครั้งเพื่อฉลองอายุครบ 5 รอบ โดยใช้ดินทวารวดีที่ชำรุดหักผสมกับผงว่าน สร้างออกมา 5 พิมพ์ ได้แก่ พระรูปเหมือนซุ้มเรือนแก้ว พระปรกโพธิ์ใหญ่ พระปรกโพธิ์เล็ก พระตรีกาย และพระทุ่งเศรษฐี โดยสี่พิมพ์แรกมียันต์สามง่ามอันเป็นสัญลักษณ์ของวัดประทับอยู่ด้านหลัง ส่วนพระทุ่งเศรษฐีมียันต์พร้อมฉายาคงทองกดประทับลึกลงในเนื้อ

มรณภาพ


หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม มรณภาพลงด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2524 สิริรวมอายุได้ 90 ปี 6 เดือน 10 วัน พรรษาที่ 59 ปัจจุบันทางวัดยังคงบรรจุสังขารของท่านไว้ให้ศิษยานุศิษย์และผู้เคารพศรัทธาได้กราบไหว้บูชามาจนถึงทุกวันนี้
หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม จึงไม่ได้เป็นเพียงเจ้าตำรับกุมารทองที่โด่งดังที่สุดในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นพระนักพัฒนาผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาและชุมชนอย่างแท้จริง มรดกทั้งด้านวัตถุมงคลและคุณงามความดีของท่านจึงยังคงเป็นที่กล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


  • ที่มาเรื่องต้นฉบับและภาพ: itti-patihan.com, ภาพโดยนะโมพุทธายะ
  • ประวัติและปฏิปทาโดยละเอียด: [web-pra.com], [monkhistory.kachon.com]
  • ตำนานกุมารทองและคำเปรียบเปรยเครื่องรางเมืองไทย: [xn--72ca1eua9dh5n.com]

แชร์บทความ:

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง